วันที่ 5-6 นี้มีโอกาสดี ได้ไปอบรมเกี่ยวกับการถ่ายทำวีดิทัศน์ ที่ศูนย์ผลิตรายการของโทรทัศน์เพื่อการศึกษา ETV จังหวัดปทุมธานี
(ขอเรียกง่ายๆ อย่างนี้ไปก่อนนะครับ ชื่อหลักสูตร ชื่อสถานที่ และชื่อตำแหน่งที่ต่างๆ ที่ถูกต้องเป็นทางการไม่ได้ใส่ใจจะจำ แต่อาจจะมาแก้ไขทีหลัง เอาเป็นว่าเป็นสถานที่ผลิตรายการของ ETV ก็แล้วกัน)
ได้รับความรู้ทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติ ตลอดจนข้อคิดอื่นๆ อีกค่อนข้างมาก แต่จะเขียนเล่าทุกอย่างคงจะยืดยาวไม่ใช่น้อย
ประเด็นแรกที่คงปล่อยผ่านไม่ได้แน่ๆ คือ ปัญหาที่ท่านวิทยากรรู้สึกเสียดายว่า ไม่สามารถออกอากาศ ETV ทางระบบ UHF ได้ เพราะไม่ได้รับงบประมาณจากรัฐบาล คนดูจึงถูกจำกัดเฉพาะคนที่สามารถซื้อจานดาวเทียมหรือรับเคเบิลทีวีได้เท่านั้น
ประการถัดมา คือเรื่องของการขาดแคลน "เนื้อหา" หรือ Content ที่จะนำมาผลิตรายการ เรื่องเทคนิคที่ว่าขาดงบประมาณด้านอุปกรณ์แล้ว ก็ยังสามารถทำงานกันได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าไม่มีเนื้อหา ก็จะหาสาระอันใดมาแข่งกับรายการที่ไม่ค่อยมีสาระทางฟรีทีวีได้
ประเด็นสุดท้าย เกี่ยวกับเรื่องที่อบรมมาโดยตรง คือ งานถ่ายทำที่เราทำกันออกมา มีงานของบางกลุ่มในบาง Shot ที่ภาพออกมาสั่นไหว ไม่นิ่ง ดูแล้วเวียนหัวตาลาย สาเหตุเพียงเพราะไม่ได้ใช้ขาตั้งกล้อง
ท่านวิทยากรได้ให้ข้อสังเกตว่า สื่อมวลชนต่างประเทศจะใช้การถ่ายภาพบนขาตั้งกล้องได้เกือบตลอด เพราะปัจจัยต่างๆ อำนวยให้สามารถ Mark จุดในการตั้งกล้องเก็บภาพข่าวได้ แต่สำหรับเมืองไทย บุคคลที่เป็นแหล่งข่าวเดินไปเดินมา ทำให้ช่างต้องบอกกล้องเดินตามแหล่งข่าว เลยอาจทำให้คนทั่วไปเข้าใจว่าการแบกกล้องเป็นเรื่องปกติ
ขอเสริมความเห็นท่านวิทยากรด้วยว่า โฆษณากล้อง Handycam ทั้งหลายก็ล้วนให้ฟรีเซ็นเตอร์แอ็คท่าถือกล้องถ่ายภาพด้วยมือเดียวจนชินตากันไปแล้วด้วย
แต่ในการทำงานจริงนั้น ท่านสอนว่า การถ่ายภาพวีดิทัศน์นั้น จะต้องใช้ขาตั้งกล้องเป็นหลัก จึงจะได้ภาพที่นิ่ง ดูสบายตา หากไม่จำเป็นจริงๆ แล้วจะไม่มีการแบกกล้องเพื่อถ่ายภาพเป็นอันขาด
ช่างภาพหลายคนใช้วิธีติดขาตั้งกับตัวกล้องตลอดเวลาไปเลย เมื่อต้องแบกถ่ายก็ยกขึ้นถ่ายทั้งมีขาตั้งกล้องที่หุบไว้ติดกล้องอยู่อย่างนั้นเลย เมื่อสามารถใช้ขาตั้งได้จึงจะกางออก
ก่อนอบรมมีความกลัวส่วนตัวอยู่หน่อยนึงว่า อบรมแล้วจะเกิดกิเลสอยากได้กล้อง Handycam อันจะเป็นเหตุให้ต้องเป็นหนี้บัตรเครดิตเพิ่มขึ้นอีก แต่พออบรมเสร็จจริงๆ รู้สึกเฉยๆ คิดว่าสำหรับเรางานถ่ายทำวีดิทัศน์ยังเป็นงานละเอียดอ่อนเกินกว่าที่จะลงทุนในตอนนี้ แต่ที่ได้เรียนมาก็เพื่อประโยชน์ในการประสานงานกับคนอื่นให้ "คุยกันรู้เรื่อง" มากกว่า ส่วนอนาคต กว่าจะลดจำนวนหนี้บัตรเครดิตและเพิ่มเงินเก็บได้ ตอนนั้นอาจมีเทคโนโลยีดีๆ ให้เล่นในราคาที่พอเหมาะ ก็ค่อยว่ากัน |