ในช่วงอาทิตย์สองอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่เว็บบอร์ดของเว็บหลัก (www.rojn-info.com) มีปัญหาขัดแย้งกันระหว่างขาประจำรายใหญ่ท่านหนึ่งกับขาจรโนเนม ในกระทู้ที่มีการลุ้นกันว่าท่านนายกฯ จะลาออกหรือไม่อย่างไร ความจริงเรื่องที่ขัดแย้งไม่ได้เกี่ยวกับความเห็นทางการเมืองที่แตกต่าง และจะไม่ขอเล่ารายละเอียดความขัดแย้งดังกล่าวในที่นี้
เรื่องที่อยากคุยวันนี้มีที่มาจากขาประจำท่านนั้นที่เคยช่วยผมดูดวงคนทางเว็บบอร์ดอยู่ระยะหนึ่ง แต่ต่อมาท่านกลับไปสนใจเรื่องดวงเมืองแล้วเลิกดูดวงคนไปเลย โดยพูดแต่เพียงว่า "ดวงคนไม่มีคำตอบเหมือนดวงเมือง" ผมเคยบ่นแกมขอร้องให้ท่านพิจารณาช่วยดูดวงคนบ้าง โดยเฉพาะรายที่ตั้งใจทำมาหากิน คำตอบก็เหมือนเดิม เมื่อผมเริ่มมีประสบการณ์มากขึ้น กับมีคนมาช่วยดูบ้างในบางช่วง ก็ต้องเลิกบ่นแกมขอร้องไปโดยปริยาย
ประเด็น "ดวงคนไม่มีคำตอบเหมือนดวงเมือง" ยังเป็นประเด็นที่คาใจ เพราะเคยคิดว่า ถ้าเราดูดวงให้เขาได้ถูกต้องตรงจุดตรงใจดำเขาแล้ว ทำไมม้นถึงจะไม่มีคำตอบ เมื่อเกิดเหตุในเว็บบอร์ดแล้วมานึกถึงคำพูดนี้อีกทีว่ามันหมายความว่าอย่างไร?
ที่จะวิเคราะห์ต่อไปนี้ไม่ใช่การเดาใจว่าขาประจำรายนั้นคิดอย่างไร แต่เป็นการพยายามหาคำตอบว่า ทำไมนักโหราศาสตร์หรือนักพยากรณ์ทั้งหลายชอบทายดวงเมือง ลำพังคำว่า "อยากดัง" ยังเป็นทั้งข้อสรุปทั้งข้อกล่าวหาที่ฉาบฉวย และไม่อาจใช้กับคนที่เขาเจตนาดีได้
สมมติว่ามีผู้ใช้นามแฝงว่า "นางสาวไร้คู่" เข้ามาถามคำถามที่เว็บบอร์ดว่าเมื่อไหร่จะมีคู่เสียที นักพยากรณ์อาสาก็ดำเนินการผูกดวงกางตำราทายกันไปว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ผลจะเป็นอย่างไร
ความเป็นไปได้ข้อแรกคืออาจจะ "ไม่มีคำตอบ" จริงๆ คือหายเงียบไปเลย ไม่รู้ว่าทายไม่ถูกหรือไม่ทายแทงใจดำอะไรเข้า อย่างดีหน่อยก่อนจะหายเงียบไปอาจจะบอกเพียงแค่ว่า "ขอบคุณ" แต่คนทายก็จะไม่รู้อะไรเลยเช่นกัน
อีกกรณีหนึ่ง เป็นไปได้ที่ "นางสาวไร้คู่" อาจจะตอบปฏิเสธมาในทันทีหรือในภายหลังว่า ทายไม่ถูก ไม่เห็นจะตรงเลย นิสัยฉันไม่ใช่อย่างนี้ บอกว่าจะเจอคู่เมื่อนั้นเมื่อนี้ ถึงเวลาไม่เห็นเจอใครเลย ฯลฯ รายละเอียดจะมากน้อยแค่ไหน หรือใช้คำแรงแค่ไหน ก็คงขึ้นอยู่กับ "ดวง" ของคนทาย แต่หากจะมองโลกในทางสร้างสรรค์แล้ว คำตอบนี้ก็จะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้พยากรณ์ให้กลับมาคิดว่าได้ทายอะไรผิดพลาดตรงไหน เพื่อสะสมเป็นประสบการณ์และปรับปรุงแก้ไขในการพยากรณ์ครั้งต่อๆ ไป
แต่ถ้า "นางสาวไร้คู่" บอกว่าทายถูกต้องตรงเผงทุกประการล่ะ อะไรๆ ก็น่าจะดีไม่ใช่หรือ ในเมื่อได้รับทั้งคำชมเป็นกำลังใจ ได้ประสบการณ์ว่าทายถูกเพราะอย่างนี้ๆ ถ้าเป็นการดูดวงในห้องโหรแทนที่จะเป็นเว็บบอร์ด อาจจะได้ทิปเพิ่มเติมอีกด้วย
ปัญหามันมีอยู่ว่ามันเป็นเรื่องระหว่างผู้พยากรณ์กับ "นางสาวไร้คู่" เท่านั้น ไม่มีใครเขาไปรู้จักว่า "นางสาวไร้คู่" เป็นใครมาจากไหน หน้าม้าหรือเปล่า กรณีไปดูที่ห้องโหรจริงๆ แล้วได้ทิป หรือคุณเธอไปบอกต่อเพื่อนๆ จนมีลูกค้ามาก เงินมันก็อยู่ในกระเป๋าหรือในสมุดบัญชีแบงก์ ไม่มีใครเห็น
หากเป็นการทายดวงเมืองหรือดวงคนดัง คำพยากรณ์จะเป็นจุดสนใจของผู้คนตั้งแต่เริ่มแรก แม้จะยังไม่รู้ว่าจะเกิดผลจริงหรือไม่ เพราะบุคคลหรือสิ่งที่พยากรณ์ไม่ได้โนเนมแล้ว และผลการพยากรณ์จะไม่หายต๋อมไปเฉยๆ เพราะมีสื่อต่างๆ คอยติดตามให้ตลอด ถ้าทายผิดแล้ว ใครจะตำหนิติเตียนอะไรก็ทำเฉยซะ เดี๋ยวก็ลืมๆ กันเอง ถ้าทายถูกขึ้นมา ก็มีชื่อเสียงขึ้นมาทันที มากน้อยแค่ไหนแล้วแต่เส้นสายในวงการสื่อต่างๆ หากเกิดเหตุอะไรขึ้นมาโดยที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน การเอาหลักวิชามาอธิบายย้อนหลังแบบที่เรียกกันในเชิงเสียดสีว่า "หวยออกแล้ว" ก็ยังเป็นทั้งการโปรโมทตัวเองหรือการทบทวนตรวจสอบความรู้ที่มีอยู่แล้วเผยแพร่ให้คนอื่นทราบ ทั้งนี้แล้วแต่กรรมและเจตนาของแต่ละคน
การดูดวงเมืองจึงมีข้อดีตรงที่เป็นกรณีศึกษาที่ใครๆ ก็สามารถรับทราบได้ทางสื่อต่างๆ ขณะที่การผลดูดวง "นางสาวไร้คู่" จะเป็นที่รับรู้ในวงแคบ
แต่การดูดวงเมืองก็จะมีข้อเสียได้หลายประการ เช่น
- ข้อกล่าวหาว่า "อยากดัง"
- ผู้พยากรณ์มีความเป็นกลางต่อข้อขัดแย้งทางการเมืองหรือไม่? ต้องการเชียร์นักการเมืองคนนั้นคนนี้หรือไม่? และทำไม?
- การแย่งผลงานกันในระหว่างผู้พยากรณ์ต่างคนต่างค่ายในทำนองว่า "ฉันทายก่อน" (?)
- เมื่อดูแต่ดวงเมืองจนละเลยดวงคน อาจมีผลต่อภาพลักษณ์ผู้พยากรณ์
- ฯลฯ
สรุปว่า ดวงคนก็มีคำตอบเหมือนดวงเมือง แต่ดวงเมืองมันมีคำตอบที่ชัดเจนและกว้างขวางกว่าดวงคน โดยที่ผลดีผลเสียของการดูดวงเมืองก็มีมากกว่าเช่นกัน
(เชิญอ่านบทความที่เว็บหลักของผม เรื่อง "พื้นฐานและแนวทางการใช้โหราศาสตร์ติดตามเหตุการณ์บ้านเมือง" ที่ http://www.rojn-info.com/mcontents/marticle.php?headtitle=mcontents&id=112637 ครับ) |