ย้ายบทความจากที่นี่ไปตั้งเว็บใหม่แล้ว ระยะหลังยังแอบมาใช้ Blog นี้เพื่อการโปรโมทเว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์เป็นครั้งเป็นคราว แต่วันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับภาพยนตร์ที่ยังไม่ได้เขียนในเว็บที่กล่าว
เอ่ยถึงเจงกิสข่าน หลายคนอาจนึกถึงอะไรแตกต่างกันออกไป คอหนังกำลังภายในอาจนึกถึงนวนิยายเรื่องมังกรหยก ที่กล่าวถึงเจงกิสข่านในฐานะผู้รุกราน ซึ่งคงไม่ต่างจากภาพลักษณ์ของท่านผู้นี้ในอีกหลายประเทศที่เคยถูกมองโกลรุกราน
จำได้ว่าในหนังทีวีมังกรหยกเวอร์ชันหนึ่งได้กล่าวถึงฉากการตายของเจงกิสข่านในเชิงน่าสมเพชว่า อุตส่าพิชิตดินแดนได้ตั้งมากมาย สุดท้ายตายแล้วต้องการใช้พื้นที่ฝังศพแค่นิดเดียว
วันนี้ได้พูดคุยกับรุ่นพี่ท่านหนึ่ง เล่าให้ผมฟังว่าได้เคยดูหนังเรื่องเจงกิสข่านเวอร์ชันที่ โอมาร์ ชารีฟ แสดงนำ ที่ AIT ซึ่งเป็นที่รวมของบรรดานักศิกษาจากประเทศเล็กๆ หลายประเทศ ท่านว่าหนังเรื่องนั้นกล่าวถึงวาระสุดท้ายของเจงกิสข่านได้น่าประทับใจ เมื่อเจงกิสข่านเริ่มกำเนิดมานั้น ชนชาวมองโกลยังเป็นชนชาติที่แตกแยก ตกอยู่ใต้อำนาจจีน แต่เมื่อเจงกิสข่านเสียชีวิต มองโกลกลายเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้ แม้เมื่อเจงกิสข่านตายไปแล้ว ยังคงครองความยิ่งใหญ่ถึงขนาดยึดครองจีนและชาติอื่นๆ ได้เป็นอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล
ฉากตอนจบนั้นสามารถเรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมที่มาจากชาติเล็กๆ ต่างๆ ได้อย่างกึกก้องเป็นเวลาร่วม 10 นาที!!!
ที่น่าเสียดายคือหนังในเวอร์ชันที่ โอมาร์ ชารีฟ แสดงนั้น คงจะหายากสักหน่อย ที่ผมเองมีในมือมีแต่เวอร์ชันสารคดี BBC กับเรื่องที่จีนหรือมองโกลสร้างก็ไม่ทราบ ถ้ามีโอกาสจะนำสองเวอร์ชันนี้มานำเสนอใน www.iseehistory.com กันต่อไป |