หลักประการต่อมาสำหรับการใช้โหราศาสตร์เท่าที่จำเป็น น่าจะเป็นเรื่องของการปล่อยวางซะบ้าง หรือคิดซะว่า "มันเป็นเช่นนั้นเอง" ที่ทางพระเรียกว่า ตถคตา
มีอะไรหลายอย่างในชีวิตที่เรียกว่า มันจะเกิดก็ให้มันเกิดเถอะ และจะเกิดขึ้นเวลาไหน เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ไม่จำเป็นต้องไปฝืนหรือไปกำหนดว่าเมื่อไหร่ถึงจะดี
ยกตัวอย่างจากคำถามที่เคยเข้าในเว็บบอร์ดของโหราศาสตร์ยุคไอที (อีกแล้ว)
รายหนึ่งเข้ามาถามเรื่องการดูเพศบุตรในครรภ์ ไม่รู้จะถามไปทำไม จะผู้หญิงหรือผู้ชายก็ลูกที่ต้องเลี้ยง ถ้าตัวพ่อแม่มีอคติเรื่องเพศของบุตรจะยิ่งไปกันใหญ่
เคยมีสองสามรายเข้ามาขอฤกษ์ไปผ่าคลอดบุตร ไม่ทราบว่าคนสมัยนี้เขาเป็นยังไงกัน ถึงไม่ยอมคลอดตามธรรมชาติกันซะแล้ว รวมถึงจรรยาแพทย์ของบรรดาหมอสูติฯ ทั้งหลายว่ายังมีกันอยู่หรือเปล่า? สมัยก่อนเขามีแต่ว่าเกิดมาแล้วค่อยเอาดวงมาดูว่าลูกจะเป็นอย่างไร เดี๋ยวนี้พอผ่าคลอดได้เกิดรู้มากอยากให้ลูกเกิดเวลาที่คิดว่าดี แล้วคนให้ฤกษ์ต้องรับผิดชอบขนาดไหน เบื้องต้นก็ความปลอดภัยของแม่และเด็ก พอรอดมาได้เหมือนจะต้องรับผิดชอบชีวิตเด็กไปตลอด
ฤกษ์การออกรถนี่รู้สึกยังไม่เคยมีใครถาม เหมือนจะเคยมีแต่มาถามเรื่องทะเบียนรถ ผมอยู่มาจนหลักสี่แล้วยังไม่มีปัญญาซื้อรถเลย ใครมีปัญญาซื้อรถได้โดยปกติก็น่าจะกำลังดวงขึ้นไม่ใช่เหรอ?
พุทธศาสนาสอนให้ยอมรับความจริงของชีวิต แต่ก็ไม่ใช่การยอมจำนน การนำโหราศาสตร์มาใช้ในบางเรื่องที่กล่าวนั้น อาจใช้เพียงเพื่อตรวจสอบยืนยันอะไรบางอย่างเช่น คอนเฟิร์มว่าจะคลอดลูกได้โดยปลอดภัยก็พอ แต่ไม่ใช่ไปกำหนดเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด โดยที่เราไม่มีสิทธิจะได้ หรือหากจะได้มาก็ต้องแลกกับอะไรบางอย่างด้วย
เช่น อยากมีลูกที่ดีก็เตรียมอบรมสั่งสอนเขาให้ดีๆ อยากขับรถปลอดภัยก็ต้องเน้นไปที่การขับรถให้แข็งๆ แม่นกฎจราจร ฯลฯ แล้วข้อมูลโหราศาสร์ถึงจะมาสนับสนุนได้
สรุปว่า ให้ปล่อยวางให้อะไรมันเกิดตามธรรมชาติของมัน แต่อย่าถึงขั้นปล่อยปละละเลยครับ |