บันทึกและอัลบั้มส่วนตัว โรจน์ จินตมาศ

เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น

• Tue-10-Apr-2007 - บางประเด็นเกี่ยวกับ พุทธศาสนา ยุคโบราณ

Posted in HistoryMovies

ช่วงวันหยุด 3 วันที่ผ่านมา ได้เขียนบทวิจารณ์ภาพยนตร์อินเดีย เรื่อง อโศกมหาราช ไว้ที่เว็บไซต์ ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ (www.iseehistory.com) แล้วรู้สึกว่ามีประเด็นหนึ่งที่อยากจะเก็บตกมาเขียนไว้ที่นี่สักหน่อยเพื่อเป็นการโปรโมทเว็บดังกล่าวทางอ้อม

 

เดิมทีผมคงไม่ต่างจากอีกหลายคนที่ทราบเพียงคร่าวๆ ว่า พระเจ้าอโศกมหาราชเดิมทีก็เหมือนกับกษัตริย์นักรบทั่วไปที่ต้องการแผ่ขยายพระราชอาณาเขต จนกระทั่งเมื่อเสร็จสงครามกับแคว้นกลิงคะ จึงเริ่มเกิดความรู้สึกหดหู่เบื่อหน่ายสงครามแล้วหันมาทำนุบำรุงและเผยแผ่พระพุทธศาสนาแทน ผลพวงอันหนึ่งคือการที่พุทธศาสนาได้เข้ามายังดินแดนที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบันนี้

 

แต่จากภาพยนตร์ดังกล่าวและการค้นคว้าเพิ่มเติมบ้าง พบว่าก่อนจะเกิดศึกกับแคว้นกลิงคะนั้น ก่อนที่จะทรงครองราชย์ พระบิดาคือพระเจ้าพินทุสารแห่งแคว้นมคธได้มีพระบัญชาให้เจ้าชายอโศกนำทัพไปปราบการกบฏที่เมืองอุชเชนนี ที่นี่ทรงได้รับบาดเจ็บในการรบ และต้องเสด็จไปรับการรักษาพระองค์ที่วัดแห่งหนึ่ง และแล้วก็ได้นางเทวีผู้เป็นนางพยาบาลชาวพุทธของพระองค์มาเป็นพระชายา

 

ในวิกิพีเดียกล่าวว่าพระนางเทวีนี่แหละที่มีอิทธิพลต่อพระองค์ให้ทรงหันมานับถือพระพุทธศาสนาในภายหลัง แต่ในภาพยนตร์กลับไปเน้นบทบาทให้กับเจ้าหญิงกรกีพระชายาชาวกลิงคะโดยไม่ได้กล่าวถึงหลักธรรมคำสอนใดๆ ของพระพุทธเจ้าเลยด้วยซ้ำ

 

ประเด็นที่ผมจะชี้ในที่นี้คือเรื่องบทบาทของวัดในพระพุทธศาสนาโบราณที่เป็นสถานพยาบาลอยู่ด้วย ในตอนที่ผมเขียนแนะนำสารคดี "ตามรอยพระพุทธเจ้า" ก็พบว่าพุทธสถานในอินเดียและขอมโบราณ ทำหน้าที่คล้ายโรงพยาบาล หรือ อโรคยาสถาน (ถ้าผมจำคำไม่ผิด) อยู่ด้วย และวัดพุทธในอินเดียปัจจุบันก็ยังมีแพทย์สมัยใหม่ทำหน้าที่รักษาผู้ยากไร้โดยไม่จำกัดศาสนาและชั้นวรรณะ

 

ด้านการศึกษานั้น มีการตั้งมหาวิทยาลัยพุทธศาสนา สอนทั้งวิชาทางธรรมและวิชาทางโลกที่จำเป็น แน่นอนว่ารวมถึงวิทยาการสมัยใหม่อย่างคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตด้วย

 

ขณะที่วัดไทยปัจจุบันยังคงบทบาทเดิมๆ อย่างที่เราเห็นๆ กันอยู่ พอร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทีก็เรียกร้องให้ระบุว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ราวกับว่าอำนาจรัฐเป็นยาครอบจักรวาลที่จะแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง

 

พระพุทธเจ้าท่านมีแต่ตรัสว่าศาสนาจะดำรงอยู่ได้ด้วยพุทธบริษัทสี่ โดยมีธรรมะทำหน้าที่เป็นศาสดาแทนพระองค์

 

อย่าคาดหวังอะไรกับอำนาจรัฐมากนักเลยครับ นิมนต์ท่านทั้งหลายนำธรรมะไปสอดแทรกในการปฏิรูปสื่อน่าจะดีกว่านะครับ

:: Send to a Friend!
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น

• Sat-21-Apr-2007 - ผมสนับสนุนพระสงฆ์ที่ออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ครับ

Posted by pongpunt
หลังจากศึกษาประเด็นเรื่องการบรรจุถ้อยคำว่า "พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ" ในรัฐธรรมนูญจากหลายแหล่งข้อมูล ผมมีความเห็นสนับสนุนให้บรรจุตามที่ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาออกมาเคลื่อนไหวครับ
ผมสังเกตคนที่แสดงความเห็นว่าไม่ควรบัญญัตินั้นส่วนใหญ่พูดในทำนองที่ว่าจะสร้างความแตกแยกในสังคม แปลความว่ากลัวคนนับถือศาสนาอื่นจะไม่พอใจ แปลอีกทีว่า เราไม่กล้าพูดความจริงเพราะกลัวคนอื่น ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายมากครับที่พุทธศาสนิกชนในไทยไม่ช่วยกันสนับสนุนพระศาสนาเพราะกลัวคนอื่น
ทราบมั้ยครับว่าประเทศมาเลเซียมีคนนับถือศาสนาอิสลามไม่ถึง 55% แต่กลับบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญว่า ศาสนาอิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ และพบว่าคนศาสนาอื่นในมาเลเซียก็อยู่กันได้ โดยไม่ได้แสดงความไม่พอใจจนสังคมแตกแยก
ประเทศสหรัฐอเมริกาที่ว่ากันว่ามีเสรีภาพในการนับถือศาสนา แต่เวลาประธานาธิบดีอเมริกาเข้ารับตำแหน่ง มีพิธีปฏิญาณตนเข้ารับตำแหน่ง (ประเทศอเมริกามีชาวคริสต์อยู่ราว ๆ ๘๕% เป็นโปรเตสแตนต์ ๖๐% เป็นคาทอลิก ๒๐ กว่าเปอร์เซนต์) ต้องสาบานตัวกับคัมภีร์ไบเบิล ต้องเอามือทาบบนคัมภีร์ไบเบิล แล้วกล่าวลงท้ายว่า So help me God. แม้แต่พิธีสาบานธง (Pledge of Allegiance to the Flag) ซึ่งเป็นการแสดงความภักดีต่อชาติอเมริกัน เขาก็มีกฎหมายออกมา ซึ่งรัฐสภากำหนดคำสำหรับปฏิญาณตนไว้ ตอนหนึ่งว่า One nation under God คือ ประเทศอเมริกาเป็นประเทศหนึ่งเดียวภายใต้พระผู้เป็นเจ้า แปลว่ากฎหมายของอเมริกาบังคับให้ผู้ที่รักชาติจะต้องนับถือพระเจ้า ศาสนาที่ไม่มีพระเจ้าอย่างพุทธกลายเป็นไม่มีที่อยู่ในกฎหมายอเมริกา
ภัยของพระพุทธศาสนามีอยู่มาก ทั้งภัยภายในที่เกิดจากพุทธบริษัทเอง และภัยภายนอกที่เกิดจากคนนอกศาสนา ชาวพุทธต้องช่วยกันปกป้องและบำรุงพระพุทธศาสนา ผมขอยกตัวอย่างเรื่องหนึ่งแล้วจะเห็นว่าการบัญญัติเรื่องศาสนาประจำชาติสำคัญขนาดไหน วันก่อนผมได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ "แบบเรียนพระพุทธศาสนา กับปัญหาภาคใต้" เล่าให้ฟังว่า พลเรือเอก ปรีดา กาญจนรัตน์ (อ้างว่านับถือศาสนาพุทธ) เขียนจดหมายถึงนายอานันท์ ปันยารชุน ประธาน กอส. เมื่อ 28 เมษายน 2548 บอกว่า แบบเรียนพระพุทธศาสนา ชั้น ม.1 เป็นต้นเหตุของปัญหาไฟใต้ ด้วยเหตุหลายประการ เช่น แบบเรียนเขียนว่า "พระพุทธศาสนาเป็นสถาบันคู่ชาติไทย ประวัติศาสตร์ยืนยันว่าไทยยอมรับนับถือพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทย" พล.ร.อ.ปรีดาบอกว่า ควรตัดออก เพราะรัฐธรรมนูญปี 2540 ไม่ได้บัญญัติว่า พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทย ฯลฯ ที่จริงมีเหตุผลที่พล.ร.อ.ปรีดาอ้างอีกหลายข้อ ซึ่งความเห็นของผมคิดว่า ไม่ค่อยท่า และแสดงถึงการลิดรอนสิทธิของชาวพุทธที่เป็นคนเกือบทั้งหมดของไทย (กว่า 95%) จะเห็น พล.ร.อ.ปรีดานี้เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ฯลฯ แสดงถึงว่าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองยังแสดงความเห็นอย่างนี้ การบัญญัติหรือไม่บัญญัติในรัฐธรรมนูญย่อมมีผลสำคัญมาก ไม่ใช่แค่ข้อความในกฎหมาย
ผมเห็นด้วยกับคำที่ว่า ศาสนาพุทธจะอยู่ได้หรือไม่ขึ้นกับพุทธบริษัทสี่ แต่ครั้งนี้ เมื่อพระสงฆ์ท่านออกมาเคลื่อนไหว กลับถูกประธานกรรมาธิการยกร่างรธน.บอกว่า หน้าที่พระสงฆ์มีแค่คันถธุระกับวิปัสนาธุระ (แปลว่า ไม่มีหน้าที่เผยแผ่ธรรมะ หรือปกป้องพระศาสนา) ส่วนอุบาสก อุบาสิกา ส่วนหนึ่งก็บอกว่า อย่าเคลื่อนไหวเลย อย่าไปสนใจกับเรื่องกฎหมายเลย ปฏิบัติตนให้ดี เดี๋ยวศาสนาก็ดีเอง แปลว่า พุทธบริษัทสี่ไม่ควรเข้ามายุ่งกับการปกป้องดูแลพระศาสนาเลย ผมก็รู้สึกเศร้าใจ
เขียนมาเสียยาวเหมือนเขียน Blog ตัวเองเลย จริงๆผมวางแผนจะเขียน Blog ตัวเองเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน คาดว่าจะยาวกว่านี้ เพราะเป็นเรื่องสำคัญมาก เลยขอมาฝากที่ Blog คุณโรจน์ก่อนก็แล้วกัน
Permanent Link

• Sat-21-Apr-2007 - ไม่มีหัวข้อแสดงความคิดเห็น

Posted by rojn
ขอตอบเท่าที่จำเป็นว่า

- "อำนาจสื่อ" เป็นปัญหามากกว่า "อำนาจรัฐ" ครับ ทุกวันนี้เราอาจไม่รู้สึกว่าสื่อเป็นปัญหากับศาสนาโดยตรง แต่ดูกันจริงๆ แล้วสื่อเป็นตัวส่งเสริมกิเลสในระบอบทุนนิยมอย่างมาก อย่าให้บรรยาย ผมจึงรู้สึกว่าการระบุในรัฐธรรมนูญเช่นว่าจะไม่มีส่วนในการแก้ปัญหาตรงนี้ น่าจะมุ่งไปที่การปฏิรูปสื่อมากกว่า

- ที่สำคัญกว่าคือการปฏิบัติตนของชาวพุทธเองครับ
Permanent Link

About Me

บันทึกและอัลบั้มส่วนตัว โรจน์ จินตมาศ บันทึกเรื่องทั่วไปเพื่อเตือนใจตัวเอง

«  May 2008  »
MonTueWedThuFriSatSun
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 

Links

• Home
• View my profile
• Archives
• Friends
• Email Me
• My Blog's RSS
• ส่งเมล์แนะนำ Blog นี้

Blog ต่างๆ และ ความรู้เรื่อง Blog
• www.blogth.com
• www.bloggang.com by Pantip.com
• Exteen Blog
• www.blognone.com
• www.keng.com
• www.peetai.com
• www.makemany.com
• Web Directory
• www.blogrevo.com
• Sanook! Blog
• HUNSA BLOG
• Manager Online : M Blog

เลือกอ่านได้ที่ Blog นี้(Blog's Content)
• แนวคิด โหราศาสตร์ยูเรเนียน
• ประสบการณ์ไอที
• ประสบการณ์ Web/Blog
• ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์
• อัลบั้มภาพศาลพระภูมิ-สิ่งศักดิ์สิทธิ์

เว็บอื่นๆ ของผม
• โหราศาสตร์ยุคไอที (www.rojn-info.com)
• ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ (www.iseehistory.com)
• Channel ใน YouTube (www.youtube.com/rojnchin)
• Album ใน Picasa (picasaweb.google.co.th/rojnchin)

Friends

• pongpunt
• jtojung
• thanes
• dutiya


Entry 63 of 200
Last Page | Next Page

eXTReMe Tracker