มีลูกค้าเก่าท่านหนึ่งมาซื้อโปรแกรมรุ่นล่าสุดคือ Virgo06 ที่บ้าน โดยในช่วงบ่าย โดยอุตส่ายกเอาตัวเครื่องหรือเคส หรือที่เราเรียกติดปากกันเสียแล้วว่า "CPU" ทั้งที่บางทีก็รู้อยู่เต็มอกว่า "CPU" ตัวจริงคือชิบบนเมนบอร์ดต่างหาก ปัญหาคือลูกค้าท่านนี้ไม่รู้ว่าเครื่องของตนยังไม่ได้ลองวินโดว์ส เพียงแค่ลงดอสเอาไว้เพื่อรันโปรแกรมรุ่นเก่าของท่านอาจารย์ มานิตย์ ธีระเวชชโรกุล ที่อาจารย์ มานพ ธีระเวชชโรกุล น้องชายท่านยังคงสืบทอดอยู่
แต่วันนี้ไม่ได้ต้องการคุยกับท่านผู้อ่านในเรื่องเครื่องเรื่องโปรแกรม แต่เป็นคำถามของลูกค้าท่านนี้ ที่พึ่งทราบเมื่อไม่กี่วันในช่วงที่ติดต่อกับผม ว่าท่านอาจารย์ จรัญ พิกุล ได้เสียไปแล้ว เสียไปตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2547
"ตอนนี้ใครสืบทอดโหราศาสตร์ยูเรเนียนต่อจากอาจารย์จรัญ?"
"ก็ช่วยๆ กันนั่นแหละครับ"
ผมไม่สามารถจะอวดอ้างได้ว่าตัวเองเป็นศิษย์เอกเพียงผู้เดียวที่สืบทอดวิชาจากอาจารย์ ในช่วงที่อาจารย์ยังมีชีวิตอยู่ ท่านได้สอนลูกศิษย์ไว้มากมายก่ายกอง
ก่อนท่านเสียชีวิตไม่กี่ปี ยังไม่วายมีลูกศิษย์รุ่นหลังคนหนึ่ง เที่ยวอวดอ้างตามสื่อต่างๆ ไปทั่วว่าเป็น "ศิษย์เอก" อาจารย์จรัญ แต่คนอื่นเขารู้กันทั้งนั้นว่าหมอนี่อาศัยแค่มาเอาอกเอาใจอาจารย์อยู่ช่วงหนึ่ง ว่ากันว่าที่อาจารย์ต้องออกจาก "บ้านโหร" ก็เพราะเจ้าคนที่อ้างตัวเป็นศิษย์เอกนี้ด้วยซ้ำ
หลังจากท่านเสียไปแล้ว ยังมีข่าวมาอีกว่า โหรอีกรายหนึ่งที่เก่งในการโปรโมททางสื่อต่างๆ (ถ้าบอกใบ้มากกว่านี้คงร้องอ๋อ) ไปเที่ยวพูดว่าต้องรีบดูดวง เพราะอาจารย์จรัญได้ทายไว้แล้วว่าเขาจะต้องตายเมื่อนั่นเมื่อนี่
ก็ฉีกแนวไปอีกแบบ ไม่อ้างตัวเป็นศิษย์เอกซะทีเดียว และเขาก็ไม่เคยได้เรียนอะไรจากอาจารย์หรอก คนที่รู้จักอาจารย์เป็นอย่างดี น่าจะเข้าใจได้ว่า อาจารย์ท่านเป็นคนมีมารยาทเกินกว่าที่จะไปทายว่าใครจะตายเมื่อนั่นเมื่อนี่ ท่านเคยกล่าวอยู่บ่อยๆ ด้วยซ้ำไปว่า การที่นักโหราศาสตร์ทายแม่นแล้วรู้ว่าตัวเองหรือใครอื่นจะตายเมื่อไหร่มันไม่ได้ก่อประโยชน์อะไรเลย
พระพุทธเจ้าก่อนปรินิพพานได้ตรัสว่าให้ธรรมะเป็นศาสดาแทนพระองค์ และฝากพระศาสนาไว้กับพุทธบริษัทสี่
หลักธรรมหรือหลักการหลักวิชาใดๆ ก็ตาม ย่อมสืบทอดต่อไปยังคนรุ่นหลังๆ ได้ ด้วยทุกคนที่เข้าใจหลักนั้นๆ อย่างแท้จริง |