วันนี้ ทางผอ.ผมได้เรียกเอกชนรายหนึ่งมาสาธิตและพูดคุยเกี่ยวกับระบบงานการเบิกเบี้ยประชุมที่เขาพึ่งรับจ้างทำให้ทางวุฒิสภาเสร็จมาได้ระยะหนึ่งแล้ว เพื่อที่จะนำมาปรับใช้กับที่ทำงานผม (สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ) ด้วยความหวังว่าน่าจะทำได้ฟรี เพราะเป็นงานในลักษณะเดียวกัน และผู้แนะนำก็สนิทกันกับทั้งฝ่ายเราและฝ่ายเอกชนที่ว่า ทางฝ่ายเขาก็ตั้งใจสาธิตและอธิบายเป็นอย่างดีโดยไม่ได้มีการต่อรองอะไร ทางฝ่ายเราต่างหากที่รู้สึกเห็นใจทางเขาว่างานของเรากับของทางวุฒิสภาในรายละเอียดยังมีอะไรต่างกันเยอะเกินกว่าจะปรับนิดๆ หน่อยๆ แล้วมาใช้ฟรีอย่างที่ตั้งใจทีแรก คงต้องมีค่าตอบแทนให้เขาบ้างตามสมควร
อันที่จริง หน่วยราชการในประเทศไทยต่างก็ทำงานธุรการทั่วไป หรือที่เรียกว่า Back Office โดยอาศัยระเบียบราชการอันเดียวกัน ไม่ว่าจะงานสารบรรณ งานด้านการคลัง พัสดุ การยืมใช้รถราชการ การใช้ห้องประชุม ฯลฯ อาจจะแตกต่างกันบ้างเพียงในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แต่ในการจัดจ้างจัดทำระบบงานสารสนเทศแล้ว กลายเป็นว่า แต่ละหน่วยงานต่างก็แยกกันจัดจ้างจัดทำระบบงานของตนเองด้วยงบประมาณปีละไม่ใช่น้อยๆ ในอีกทางหนึ่ง การที่หน่วยราชการแห่งใดจะเอาระบบที่ตนเองจัดจ้างแล้วไปเอื้อเฟื้อให้หน่วยราชการแห่งอื่นใช้ฟรีๆ ก็อาจติดขัดปัญหาต่างๆ เช่น บริษัทที่รับจ้างอาจไม่ให้ Source Code ไว้ ระเบียบที่ใช้จริงมีการผิดเพี้ยนกันบ้าง หรือการต้องมี Hardware เช่น Server ที่สเปคสูงรองรับ ฯลฯ
ทางออกหนึ่งที่น่าคิดคือการพัฒนาระบบงานให้อยู่ในระบบ Open Source คือการเปิดเผย Source Code สู่สาธารณะให้นำไปดัดแปลงใช้กันได้ตามความพอใจ แต่ในทางปฏิบัติ บริษัทที่จัดทำโปรแกรมคงไม่ประสงค์จะเข้าสู่ระบบนี้เป็นแน่ ในทางราชการ แม้จะมีหน่วยงานด้านไอทีออกมาเรียกร้องให้มีการใช้ Open Source แต่ในความหมายของเขาจะเป็นแค่ระบบปฏิบัติการ Linux หรือ Pladao Office อะไรทำนองนั้น หลังๆ อาจจะมีโปรแกรมสำเร็จรูปเพิ่มอีกบางตัว เช่น โปรแกรมแต่งภาพ หรือ Web Browser
แต่กับระบบงาน Back Office ที่หน่วยราชการต้องใช้(เกือบจะ)เหมือนๆ กันภายใต้ระเบียบเดียวกันนี้ยังไม่มีการพุดถึงเลย! |
Thu-6-Apr-2006 - open sources
จำได้ว่าก่อนหน้านี้เคยมีการส่งเสริมให้นำ Linux ,Pladao office,Open office มาใช้ในหน่วยงานของราชการ และสถาบันการศึกษาของรัฐ แต่พอเริ่มจะ start ก็เหมือนจะเป๋ไปเพราะคุณ Bill gates มาเยือนเมืองไทย มาพร้อมกับ campaign ลดราคา WIndows + MS Office ให้พิเศษสำหรับหน่วยงานของรัฐ และสถาบันการศึกษา Project การส่งเสริมการใช้ Opensource ก็เลยเงียบไปทันที
ในมุมมองของผมการที่จะดันให้ Software อย่าง Pladao Office ขึ้นมาแทนที่ MS Office ได้นั้นต้องมีองค์ประกอบสำคัญคือ การสร้าง Network หรือ Community ที่จะใช้งานซอฟท์แวร์ตัวนี้ร่วมกันให้สามารถแลกเปลี่ยน content ที่สร้างขึ้นไปให้ user คนอื่นๆใช้งานต่อไปได้ ถ้าไม่มี Network แบบนี้แล้วซอฟท์แวร์ตัวนั้นไม่ได้แจ้งเกิดแน่นอน
รัฐจะต้องกำหนดแผนให้ชัดว่าจะเอา Software Pladao Office มาแทน MS Office ภายในกี่ปี และต้องยึดมั่นในแนวทางนี้ไม่เปลี่ยนแปลงอีก
สำหรับซอฟท์แวร์ Backoffice นั้น โดยลักษณะของซอฟท์แวร์ประเภทนี้เป็นซอฟท์แวร์ที่ต้องการการ Support สูงซึ่งจะแตกต่างจากพวก Pladao Office ซึ่งผู้ใช้งานดูแลเองได้ ในฐานะของผู้ที่ทำงานด้านนี้ผมมองว่าซอฟท์แวร์ Backoffice นั้นมันยากที่จะกำหนดรูปแบบฟังก์ชั่นการทำงานมาตรฐานที่จะใช้งานได้กับทุกหน่วยงาน เนื่องจากกระบวนการทำงานของแต่ละหน่วยงานไม่มีทางเหมือนกันได้ทั้งหมด ถ้ามีก็จะต้องมี Sub version ต่างๆกันไป ซึ่งท้ายที่สุดแต่ละหน่วยงานก็ต้อง Maintain กันเองด้วยงบประมาณ ด้วยบุคคลากรและทรัพยากรของตัวอยู่ดี การ Opensource ก็คงจะกลายเป็น Opensource ในวงจำกัด
ถ้าจะทำจริงก็คงต้องให้ NECTEC เป็นเจ้าภาพ เป็นผู้ดูแลในภาพรวม อย่างว่าละครับนโยบายของรัฐต้องชัดเจนด้วย