วันนี้ ได้อ่านบทความใหม่ของคุณ thanes ที่ http://thanes.blogth.com แสดงความเห็นต่อกรณีที่นักโหราศาสตร์พลาดเหตุการณ์สำคัญๆ อย่างปีก่อน เกิดเหตุสึนามิถล่มภาคใต้ จนมาปีนี้ เกิดเหตุการณ์รัฐประหารโดยคณะปฏิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ปรากฏว่าไม่มีการทำนายทายทักล่วงหน้ามาก่อนเลย โดยเฉพาะจากนักโหราศาสตร์ดังๆ ที่สังคมไทยรู้จัก
(แม้จะมีปรากฏบ้างจากนักโหราศาสตร์ที่มีชื่อในวงเล็กๆ บางคน เช่น ผู้ใช้นามว่า OldMan ในเว็บหลักผม (www.rojn-info.com) หรือที่พูดเปรยๆ บ้างในวันสัมมนาเพื่อรำลึกถึงอาจารย์จรัญ ในวันที่ 17 ที่ผ่านมา ก็ถือว่าสังคมวงกว้างไม่ได้รับรู้)
ทีแรกว่าจะแสดงความเห็นประกอบบทความใน Blog นั้นไป แต่ไปๆ มาๆ ก็ยังอยากอัพเดท Blog ตัวเองมากกว่า
เมื่อตอนเกิดเหตุสึนามิใหม่ๆ มีคนท้วงในเว็บผมอยู่เหมือนกันว่าทำไมไม่มีนักโหราศาสตร์ยูเรเนียนทายได้ก่อนเกิดเหตุ ผมได้ชี้แจงว่าคงเป็นไปไม่ได้ที่นักโหราศาสตร์โดยเฉพาะผู้ที่ยังมีทำงานประจำอื่นอย่างผมจะสามารถเฝ้าระวังเหตุการณ์ทั่วโลกหรือทั่วประเทศได้ และมีบางท่านให้ความเห็นว่า เรื่องร้ายแรงแบบนี้ ถึงทายก่อนได้ ก็ไม่มีใครเชื่อจนกว่าจะเกิดเหตุ แนวโน้มจะมีแต่เสมอตัวกับถูกตำหนิ
แต่ก็ยังไม่วายมีคนไปชมผมที่กระทู้วันจันทร์เพ็ญก่อนเกิดเหตุการณ์ไม่กี่วันว่า "แน่มาก" ทั้งที่ความจริงผมทายเหวี่ยงแหแต่เพียงกว้างๆ ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ก่อนเกิดคดีคาร์บอมบ์ ก็อุตส่ามีคนชมผมในเรื่องที่ไปทายเหวี่ยงแหไว้ในกระทู้จันทร์ดับวันที่ 24 สิงหาคม ว่าไทยจะมีเหตุการณ์ดังไปทั่วโลก
เรื่องความสามารถของนักโหราศาสตร์ในการทายอนาคตก่อนเกิดเหตุจริง อาจแบ่งได้หลายระดับ
ระดับแรก ทายผิดไปคนละเรื่องกันเลย ดังเช่นที่มีบางคนเคยเข้ามาทายปกป้องท่านอดีตนายกฯ ทักษิณ ในเว็บผมว่าท่านจะยังอยู่ในอำนาจไปอีกเป็นปีๆ อาจจะเรียกได้ว่า "โง่แล้วขยัน" หรือไม่รู้จริงแล้วยังจะขยันทายผิดๆ
(คนไทยเราอาจจะเคยชินกับความหมายของ "ขยัน" แต่ในทางดี เคยได้ฟังพระที่มีชื่อเสียงรูปหนึ่งท่านไปตีความว่า "โง่แล้วขยัน" คือรู้ตัวว่าโง่แล้วขยันหาความรู้ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับในความหมายเดิมของเขา)
ถัดมา คือไม่รู้ว่าจะเกิดอะไร แล้วไม่ได้ทายในทางหนึ่งทางใด พวกนี้อาจถูกตำหนิว่าทำไมไม่ทักก่อนว่าจะเกิดเหตุ แต่ไม่รุนแรงเท่าพวกแรก อาจจะเรียกได้ว่าเป็นพวก "โง่แล้วขี้เกียจ" คือไม่รู้ แต่ไม่ได้ปล่อยไก่อะไรออกมา
อีกระดับคือรู้ว่าจะเกิดอะไร แต่ไม่ทายออกมา ซึ่งอาจเป็นเพราะกลัวว่าพูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ ซึ่งอาจจะเรียกว่า "ฉลาดแล้วขี้เกียจ" ก็คงได้
ระดับที่จะเป็นที่พึ่งปรารถนาหรือไม่ก็ไม่ทราบ คือรู้แน่ชัดว่าจะเกิดอะไรแล้วพูดออกมา เรียกว่า "ฉลาดแล้วขยัน"
จะว่าไปยังอาจมีอีกระดับที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง "ฉลาดแล้วขี้เกียจ" กับ "ฉลาดแล้วขยัน" ได้แก่พวกที่รู้แต่เพียงแนวโน้มของเหตุการณ์กว้างๆ แล้วทายออกมาแบบเดียวกับผมอย่างที่เล่าไว้ตอนต้น หรือพวกที่รู้แต่พูดในวงแคบๆ หรือรู้แต่ไม่ทายออกมาตรงๆ นี่จะอยู่ในประเภทนี้หรือประเภทไหนก็แล้วแต่ท่านจะวินิจฉัย
การแบ่งคนเป็น "ฉลาดแล้วขี้เกียจ" "ฉลาดแล้วขยัน" "โง่แล้วขี้เกียจ" และ "โง่แล้วขยัน" นี้ ว่ากันว่าเป็นคำพูดของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ในการจำแนกคน ซึ่งจะเหมาะกับการจำแนกความสามารถของนักโหราศาสตร์ตามที่ผมเสนอหรือไม่ก็แล้วแต่ความเห็นท่านครับ |