บันทึกและอัลบั้มส่วนตัว โรจน์ จินตมาศ
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Tue-15-Jun-2010 - เบอร์ชั่วๆ 023534300, 026849000 และ 026114000
เคยนำเรื่องราวของเบอร์ชาติชั่วนรก 023534300 มาลงเมื่อนานมาแล้ว ด้วยความรู้สึกแย้งๆ ตัวเองว่าความจริงก็ไม่อยากเอาเรื่องหยาบคายด่าว่าใครมาลงให้เกิดบรรยากาศที่ไม่ดีใน Blog แต่จำต้องทำเพราะมันช่างรบกวนความสุขเราในช่วงนั้นเอามากๆ แล้วกะว่าจะไม่นำเสนอเรื่องแบบนั้นอีก แต่แปลกว่าเวลาผ่านไป กลับมีการ Search Google ด้วยเบอร์โทรนี้มาติดที่ Blog แห่งนี้นับร้อยนับพันราย ยิ่งไปกว่านั้นในบางช่วงไอ้เบอร์ชั่วเบอร์นี้ก็ยังโทรมารังควานอีก ไม่ทราบว่ามันรู้ว่าด่ามันไว้ที่นี่หรือว่ายังโง่คิดจะหาเหยื่อตามปกติ และในระยะประมาณเดือนที่ผ่านมานี้ยังมีเบอร์ชั่วๆ อีก 2 เบอร์โทรมารังควานในลักษณะเดียวกันนี้ ทั้งสามเบอร์ได้ Mem ไว้ในเครื่องในฐานะ Black List ใช้ภาพประกอบเป็นกากบาทสีแดง พอมันโทรมาทีแรกๆ ก็ตัดสายไป มันก็ยังพยายามรังควานในเวลาต่างๆ ไม่ยอมเลิกง่ายๆ จนหลังๆ ต้องแกล้งกดรับสายแต่ไม่พูดไม่ฟังอะไรมันทั้งนั้น ให้มันเสียค่าโทรศัพท์ไปฟรีๆ (ถ้ามันไม่ได้โปรโมชั่นอะไรพิเศษ) ก็ยังไม่ค่อยได้ผล บางทีใช้เบอร์ 08 เบอร์อื่นโทรเข้ามา พอรู้ว่าเป็นเบอร์ประกันหรือบัตรเครดิตก็ไม่พูดด้วย สักพักไอ้เบอร์นรกพวกนี้ก็จะโทรเข้ามา ขอเฉลยเลยแล้วกันครับว่าไอ้เบอร์ชาติชั่วนรกพวกนี้มันมาจากไหน ใครได้รับความเดือดร้อนจากพวกมันแล้วจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างไรก็สุดแล้วแต่
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Sun-23-May-2010 - ติดตามของที่จัดส่งโดย Fedex
เรื่องนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะไปช่วยโฆษณาอะไรให้เขา เพียงแต่ต้องการถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากการที่ได้เคยสั่งซื้อของจากเมืองนอกโดยระบุให้จัดส่งโดยบริษัท Fedex ซึ่งเป็น 1 ใน 4-5 ตัวเลือกที่ดูแล้วราคาพอสมน้ำสมเนื้อ และบังเอิญได้ใช้บริการครั้งล่าสุดในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมือง ซึ่งหากเป็นยามปกติอาจจะไม่ต้องไปพักของที่ Guangzhou อย่างที่เห็นในรายงานข้างล่างนี้ก็ได้ ในขั้นแรกเมื่อผมสั่งของจากเว็บไซต์ที่สินค้า เขาจะแจ้งคอนเฟิร์มว่าได้รับเงินตามออร์เดอร์แล้ว เมื่อเขาดำเนินการจัดส่งให้เขาจะบอกมาอีกทีว่าได้ส่งกับ Fedex ให้แล้ว พร้อมทั้งระบุ Tracking Number มาให้ เราก็สามารถติดตามเส้นทางการส่งของได้ทาง www.fedex.com/th/ ได้โดยใช้ Tracking Number ที่ว่า มาดูผลสุดท้ายหลังจากผมได้รับของเลยแล้วกัน แถวล่างสุดจะเป็นกิจกรรมเริ่มแรกนับจาก Fedex ต้นทางที่อเมริกาได้รับของ ถัดขึ้นมาก็รายงานว่ามันส่งไปถึงไหนต่อไหน จนกระทั่งบรรทัดบนสุด ในกรณีที่เรายังไม่ได้รับของ (Delivered) เราก็จะรู้ได้ว่ามันไปถึงตรงไหนยังไง และพอเดาได้ว่าอีกเมื่อไหร่จะมาถึงมือเราครับ หากเป็นบริษัทอื่นอย่าง DHL ก็น่าจะมีบริการทำนองนี้เช่นกัน แต่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ได้ใช้บริการเขาแบบนี้ครับ อีกอย่างคือในกรณีที่บ้านเราอยู่ในตรอกซอกซอยก็จะต้องเสียเวลากับการบอกทางให้กับคนขับรถที่มาส่งของกันมากน้อยแล้วแต่ความซับซ้อนของบ้านเราและความรู้ความเข้าใจของคนรถซึ่งจะไม่เจนทางเหมือนบุรุษไปรษณีย์ครับ
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Tue-27-Apr-2010 - HTC Touch 2 เมื่อ Touch แล้วไม่ค่อยจะ Flow
อันที่จริง เดือนเมษายน 2553 นี้น่าจะเป็นเดือนที่ผมใช้จ่าย(วง)เงินน้อยลง เพราะข้างฝ่ายรัฐบาล (จะเรียกว่า "อำนาจใหม่" หรือระบอกอะไรก็ไม่ค่อยเต็มปาก) อุตส่ากำหนดให้มีวันหยุดต่อท้ายสงกรานต์ ให้หยุดกันได้ตั้ง 6 วันรวด ข้างฝ่ายค้านที่มีอดีตนายกฯ หนุนหลัง (จะเรียกว่าอำนาจเก่าก็ไม่เชิง เพราะกำลังท้าทายสถาบันเก่าๆ ที่คนไทยยึดถือมานาน) ก็อุตส่าเกณฑ์ม็อบมาปิดย่านเศรษฐกิจกลางเมือง เพื่อไม่ให้จับจ่ายใช้เงินได้สะดวก ทำเอาผมไม่สามารถออกไปจ่ายเงินหาความสุขมาได้หลายเสาร์-อาทิตย์รวมทั้งวันหยุดยาว แต่แล้วโอกาสก็มาถึงเมื่อวันจันทร์ที่ 26 เมษายน 2553 ที่ผ่านมา เมื่อได้ไปสัมมนาที่โรงแรมย่านถนนรัชดา แล้วเลิกค่อนข้างเร็ว จึงได้ไถลไปยังห้างฟอร์จูน อันเป็นแหล่งไอทีระดับน้องๆ พันธุ์ทิพย์ ผลคือการต้องเสีย(วง)เงินเพื่อซื้อเจ้าสิ่งของดังรูปภาพข้างบนนี่แหละครับ โทรศัพท์มือถือประเภท PDA Phone ของ HTC รุ่น Touch 2 (หรือบางทีใช้เลขโรมันว่า Touch II) ในราคาหนึ่งหมื่นต้นๆ นับเป็น PDA ตัวที่ 5 ในชีวิต และโทรศัพท์มือถือตัวที่ 5 ในชีวิต แต่เป็น HTC และ Windows Mobile ตัวที่ 2 ซึ่งในการเปลี่ยนแต่ละครั้งมักจะมีเหตุมาจากการที่อุปกรณ์ตัวเดิมมีปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งมากบ้างน้อยบ้าง มาในครั้งนี้การเปลี่ยนอาจมีเหตุผลน้อยกว่าครั้งก่อนๆ คือ แค่อยากเล่น WiFi กับมือถือบ้าง เท่านั้นเอง (มั๊ง?) คือเจ้าเครื่องเก่ายังใช้งานได้เกือบๆ จะ 100 เปอร์เซนต์เต็มเลย แต่ความแตกต่างขนานใหญ่ระหว่างเจ้า HTC Touch II กับ HTC 3400i ตัวเดิม คือเพิ่มการใช้ระบบ Touch Flo เป็นระบบหลักในการใช้งาน แทนที่จะอาศัยการจิ้ม Stylus สถานเดียว รองรับระบบ 3G (แทบไม่ต้องบรรยายอะไรเพิ่ม เป็นเรื่องอนาคตอันใกล้แต่ไม่ค่อยแน่นอนของผมเอง) สามารถใช้งานระบบ WiFi ได้ ย้ำอีกทีว่านี่เป็นแรงจูงใจหลัก เพราะทั้งที่บ้านและที่ทำงานมี WiFi ทั้งที แต่ไม่ค่อยได้เปิดเจ้าเน็ตบุ๊กมาใช้งานเลย มีโปรแกรม GPS ให้มาด้วย (ยังใช้ไม่เป็น และยังไม่อยากกล่าวถึงในตอนนี้) มีโปรแกรมฟังวิทยุในตัว ซึ่งแต่ก่อนเห็นวิทยุในมือถือรุ่นอื่นก็ไม่เคยคิดว่ามันจำเป็นอะไร พอได้เจ้า Touch II แล้วดันไปฟังคลื่อนกรีนเวฟเข้าหน่อย ชักชอบเหมือนกัน อื่นๆ ที่ยังขี้เกียจนึกขี้เกียจเขียนเวลานี้ เมื่อได้เสีย(วง)เงินมาแล้ว ก็พบว่ามีอุปสรรคสำคัญในการใช้งาน 3 ประการ ที่สำคัญที่สุดคือ ไม่ชินกับระบบสัมผัส หรือที่เขาตั้งชื่อมันว่า Touch Flo ถัดมาคือตอนแรกไม่รู้ว่ามันมีรูให้ใส่สายคล้องมือเหมือนเจ้าเครื่องเดิม ก็กลัวจะทำมันหลุดมือตกพื้นหรือลืมหายไปไหน แต่ตอนนี้หาเจอและใส่สายคล้องเรียบร้อยแล้ว ประการสุดท้ายความจริงไม่ค่อยซีเรียส คือต้องหาซองสอดกับเข็มขัดอันใหม่ แต่ซองเดิมที่ใช้กับเครื่องเดิมยังพอถูไถไปได้แม้จะหลวมไปหน่อย (เจ้าตัวใหม่มันบางกว่าเจ้า 3400i อยู่พอสมควร) รูเล็กๆ ที่ฝาหลังระหว่างตัวอักษร htc กับรูเสียบ USB นั่นแหละครับ ใช้เสียบสายคล้องมือ ข้างในฝาที่ตัวเครื่องจะมีตัวให้เกี่ยวสายอีกที ย้อนกลับมาปัญหาแรก ไอ้เจ้า Touch Flo ที่ไม่ค่อยจะ Flow นี้ ทำเอาหงุดหงิดไม่ใช่เล่น กะน้ำหนักมือไม่ถูกว่าแค่ไหนจะเป็นการ Tap แค่ไหนจะเป็นการเลื่อนจอ พยายามหัดด้วยตัวเองหลายครั้งหลายหน ก็ยังกลายเป็นการไปแตะเรียกไอคอนที่ไม่ต้องการอยู่บ่อยมากๆ จนแทบจะท้อ ดีที่ยังไม่ได้ย้ายซิมโทรศัพท์มาเครื่องใหม่ ไม่งั้นคงได้มีการโทรออกโดยไม่ตั้งใจไปหลายหนแล้ว ในที่สุดก็มาจับไต๋ในการลดปัญหาความหงุดหงิดของตนได้ ในเมื่อเครื่องเก่าๆ เขาให้ใช้ไม้จิ้ม (Stilus) เป็นหลัก เรายังลักไก่ใช้นิ้วแทนกับการจิ้มไอคอนใหญ่ๆ อยู่บ่อยๆ คราวนี้ก็กลับกัน คือระบบที่ให้ใช้มือสัมผัสเป็นหลักแต่ยังมีไม้จิ้มมาให้ ก็เอาไม้จิ้มมาใช้แทนนิ้วไปก่อน อยากเลื่อนไปเลื่อนมาก็ใช้ไม้จิ้มมันตรงช่องระหว่างไอคอนแล้วเลื่อนเอา ช่วยลดการเรียกใช้งานไอคอนโดยไม่ตั้งใจไปได้เกือบหมด ข้อเสียหรือข้อจำกัดมีอยู่หน่อยตรงที่ไม่ได้ใช้มือเพียงข้างเดียวอย่างที่คนสร้างระบบสัมผัสเขาตั้งใจ แต่ทำไงได้ คนยังไม่ชินจริงๆ นี่หว่า ก็ขอใช้ตามที่ถนัดอย่างเดิมไปก่อน ปกติก็ไม่ได้ขับรถขับรา และมักใช้งานมันในเวลาที่มือว่างทั้งสองข้างอยู่แล้ว เป็นอันว่าพรุ่งนี้เป็นต้นไปก็จะได้ทดลองใช้งานเจ้า HTC Touch II แทนเจ้า 3400i ตัวเดิมซะที ผลเป็นไงอาจจะได้นำมาเล่ากันอีก ระหว่างนี้ใครที่อยากทราบเรื่องราวของเจ้า Touch II ที่เป็นงานเป็นการหน่อย เชิญอ่านบทความของสยามโฟนได้ที่ http://www.siamphone.com/catalog/htc/touch2.htm แต่สำหรับผมชอบเขียนจากความรู้สึกของ User แท้ๆ ที่รู้บ้างไม่รู้บ้างอย่างนี้แหละครับ
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Wed-21-Apr-2010 - หนังสือโหราศาสตร์ที่ได้มาวันนี้
ระยะหลังผมอาจจะทุ่มเวลาให้โหราศาสตร์น้อยกว่าแต่ก่อนเยอะ กับเว็บหลักที่ www.rojn-info.com ก็นานๆ จะอัพเดทอะไรที ยิ่งที่ Blog แห่งนี้ไม่ได้อัพเดทอะไรในหมวดโหราศาสตร์มานานแล้ว ทั้งหมวดอื่นก็นานๆ ทีเหมือนกัน วันนี้กลับถืงบ้านก็แปลกใจที่ได้รับกล่องพัสดุขนาดพอประมาณ และค่อนข้างหนัก ที่อยู่ผู้ส่งไม่ได้แจ้งชื่อ จึงจำได้เพียงว่าเป็นลูกค้ารายหนึ่งที่พึ่งซื้อโปรแกรมไปเมื่อราวปีที่แล้ว ยังไม่ถึงกับสนิทอะไรนัก และยังจำชื่อไม่ได้ด้วย เปิดออกมาปรากฏว่าเป็นหนังสือภาษาอังกฤษ 5 เล่ม ดังรายชื่อผู้แต่ง : ชื่อหนังสือดังนี้ครับRichard Idemon : The Magic Thread. Astrological Chart Interpretation Using Depth Psychology. Martin Schulman : Karmic Astrology. Robert Wilkinson : A New Look At Mercury Retrograde. Ed Perrone : Astrology: A New Age Guide. Judy Hall : The Hades Moon. แล้วลูกค้าผู้นั้นส่งมาให้ทำไม? ไม่มีจดหมายหรือโน้ตอะไรอยู่ในกล่องเลย และแน่นอนว่าไม่ได้ติดต่อกันทางอื่นมาก่อน ได้แต่เดาๆ ว่า ...ไม่ต้องการหนังสือแล้ว (ดีไม่ดีจะเลิกเล่นโหราศาสตร์หรือเปล่า?) เลยโละให้ ได้มาโดยบังเอิญ ไม่ถนัดภาษาอังกฤษ เลยขอมอบให้ อ่านแล้วดี เลยอยากให้อ่านบ้าง เรื่องคืนไม่ต้องพูดถึง ก็หวังดี อยากให้อ่านเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ให้เพราะอยากจะให้นั่นแหละ อย่าคิดมาก!!! ฯลฯ ไม่ว่ายังไงก็ขอขอบพระคุณไว้ ณ ที่นี้ แต่ไม่รู้ว่าจะได้อ่านแค่ไหนนะครับ ถ้าผมยังมีดวงนักโหราศาสตร์พอจะมีจังหวะได้อ่านก็จะสรุปความมาเผยแพร่เป็นองค์ความรู้ให้กับวงการกันต่อไปครับ
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Wed-31-Mar-2010 - นักรบนิรนาม 333 (คนไทยในกองทัพพระราชอาณาจักรลาว)
From: assawinj ความยาว 1 ตอน รวม 10:36 นาที ความเป็นมาของนักรบนิรนาม 333 (คนไทยในกองทัพพระราชอาณาจักรลาว) การส่งทหารไทยไปช่วยกองทัพพระราชอาณาจักรลาว (ลาวฝ่ายขวา) เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ฝ่ายคอมมิวนิสต์รุกเข้าสู่ประเทศไทย ในช่วงพ.ศ.2513-2517 สมาคมนักรบนิรนาม 333 เลขที่ 171 อาคารสโมสรทหารอากาศ (หลังเก่า) หลังหอประชุมการตรัตน์ กองทัพอากาศ ดอนเมือง ถนนพหลโยธิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ 10220 โทรศัพท์ 0-2152-6263 เว็บไซต์ www.uwa333.net
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Mon-22-Feb-2010 - Mahler 6 Trumpet Masterclass กับ London Symphony Orchestra
Sun-14-Feb-2010 - การดวลที่ Stalingrad กับ การดวลของบริษัท Action Figure
(เรื่องเดียวกับที่เขียนไว้ที่ http://iseehistory.socita.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538711151&Ntype=1 )
เรื่อง Enemy at the Gates หรือในชื่อภาษาไทยว่า "กระสุนสังหารพลิกโลก" เรื่องราวการดวลกันระหว่างพลแม่นปืนหรือสไปเปอร์ (Sniper) รัสเซียกับเยอรมัน เป็นหนังเรื่องแรกๆ ที่ผมเริ่มเขียนแนะนำมาตั้งแต่ยังเขียนบทความภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ใน Blogth.com ซึ่งตอนนั้นไม่ได้เน้นรายละเอียดอะไรมาก เรื่องย่อจะย่อยิ่งกว่าบทความรุ่นหลังๆ และมักจะใส่แต่ภาพปกหนังเป็นภาพประกอบเพียงภาพเดียว เคยนำบทความรุ่นเก่าพวกนี้มาเติมภาพเติมเนื้อหาบางจุด แต่ก็ยังทำได้ไม่หมด เพราะไหนจะภารกิจด้านอื่น ไหนจะห่วงเรื่องเขียนบทความเรื่องใหม่ แม้ภาพยนตร์เรื่องนี้จะสร้างความประทับใจให้กับคนดูจำนวนไม่น้อยจากการดวลไหวพริบกันระหว่างสไนเปอร์ทั้งสอง แทนการยิงกันหูดับตับไหม้ระเบิดตูมตามดังที่ปรากฏในหนังเรื่องอื่นอีกหลายเรื่อง แต่ชื่อหนังทั้งภาษาไทยและอังกฤษกลับไม่ค่อยเป็นที่ติดปากหรือคุ้นหูแฟนๆ หนังสงครามสักเท่าไหร่ เคยมีการเข้ามาถามในเว็บบอร์ด "คุยกันหลังฉาก" มา 2-3 ครั้งแล้ว ว่าได้หนังที่สไนเปอร์รัสเซียกับเยอรมันนั่นมีชื่อว่าอะไร ย้ำอีกทีนะครับว่าชื่อภาษาอังกฤษ คือ "Enemy at the Gates" ชื่อภาษาไทย คือ "กระสุนสังหารพลิกโลก" พระเอกซึ่งเป็นรัสเซียเป็นแค่พลทหารมีชื่อว่า วาซิลี ไซต์เซฟ (Vasily Grigorevich Zaytsev หรือบางทีก็เขียนว่า Zaitsev ) ฝ่ายผู้ร้ายเป็นเยอรมัน มีชื่อว่า พันตรีเออร์วิน เคอนิก (Major Erwin König ) การดวลกันในเมืองสตาลินกราดนั้นจบไปแล้วหลายสิบปี หนัง Enemy at the Gates ก็จบไปหลายปีแล้ว แต่ความประทับใจของผู้ชมทั้งในหนังโรงและหนังแผ่นยังไม่มีทีท่าว่าจะจบ จึงไม่แปลกที่จะทำให้ผู้ผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องเกิดไอเดียเด็ดๆ ขึ้นมา นั่นคือ Action Figure หรือหุ่นจำลองขนาด 1/6 ที่มีความสูง 12 นิ้ว สามารถผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและสิ่งของต่างๆ คล้ายการแต่งตัวตุ๊กตาที่ผู้หญิงเล่น แต่มีการจำลองแบบย่อส่วนอย่างเป็นมาตรฐาน ตอนนี้มีบริษัทที่ผลิต Action Figure ดังๆ ประกาศเปิดตัว Figure ของ Vasily Zaitsev และ Erwin König ออกมาประชันกันถึง 2 บริษัท คือ DID (Dragon in Dream) และ Toys City ลองมาดูภาพตัวอย่างของ Figure ของตัวละครทั้งสองตัว ผลิตจาก 2 บริษัท รวมเป็น 4 ตัว กันสักหน่อยนะครับ
หน้าตาของพระเอกจากผลงานของ DID ดูกันเต็มๆ ตัว ดูภาพทั้งหมดได้ที่ http://www.onlinedid.com/products/wwii_ussr/80072/
หน้าตาของผู้พันเคอนิกจากผลงานของ DID ภาพเต็มๆ ตัว ดูภาพทั้งหมดได้ที่ http://www.onlinedid.com/products/wwii/80071/
หน้าตาพระเอกของทางฝั่ง Toys City ดูภาพเต็มตัวกันบ้าง ดูภาพทั้งหมดได้ที่ http://www.toyscity.com.cn/productshow.asp?articleid=332
หน้าตาของทางผู้ร้าย ผลงาน Toys City ภาพเต็มตัวเต็มยศ ดูภาพทั้งหมดได้ที่ http://www.toyscity.com.cn/productshow.asp?articleid=331
จะเห็นว่าทางฝั่งของ DID จะทำหน้าตาได้เหมือนตัวแสดงในภาพยนตร์มากกว่า ทาง Toys City ที่ตกเป็นรองในด้านนี้ แต่ผลงานก็ยังจัดว่าเนี้ยบ ใส่หมวกแล้วก็ดูแทบไม่ต่างกัน ความละเอียดของเสื้อผ้าและอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ก็ดูพอๆ กัน ถ้าไม่ยึดติดว่าต้องหน้าตาเหมือนตัวละครในภาพยนตร์แล้ว เลือกลำบากเหมือนกันครับ ขณะที่เขียนบทความนี้ผลิตภัณฑ์ของทั้งสองบริษัทยังเพียงแต่เปิดตัวให้สั่งจองเท่านั้นนะครับ ราคาใกล้เคียงกันคือประมาณ 80 กว่าเหรียญ ราคาเต็มๆ ไปดูกันตามเว็บของผู้จำหน่ายอย่าง Monkey Depot , Cotwold Collectibles ฯลฯ กันเอาเองนะครับ ค่าส่งอีกต่างหาก แล้วคูณด้วยค่าเงินประมาณ 33-34 บาทอีกที หรือหากภายหลังจะมีการนำเข้ามาในร้านแถวภิรมย์พลาซ่าย่านสะพานเหล็กในสนนราคาเท่าไหร่ก็ส่งข่าวกันได้ คำเตือน! การดวลกันของ 2 บริษัทครั้งนี้อาจเป็นอันตรายต่อเงินในกระเป๋าของท่าน แต่ถ้าเงินถึงและสนใจจริงๆ ก็ว่ากันไปครับ
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Sat-13-Feb-2010 - สารคดีประวัติศาสตร์ : "ยานอนหลับ" หรือ "อาหารสมอง"
(เรื่องเดียวกับที่เขียนไว้ที่ http://iseehistory.socita.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538711150&Ntype=1 )
นับแต่เปิดเว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ มา นำเสนอทั้งประเภทที่เป็นภาพยนตร์บันเทิงและสารคดีมาพอสมควร ช่วงแรกๆ มีคนวิจารณ์กลับว่าผมวิจารณ์ภาพยนตร์บันเทิงแบบจริงจังไป โดยอ้างว่ามันไม่ใช่ "สารคดี" แล้วภาพยนตร์ที่ถามหากันอยู่หลายเรื่อง เหมือนจะไม่มีสารคดีรวมอยู่ด้วย แล้วสารคดีมันเลวร้ายอะไรนักหรือ? ก็คงเช่นเดียวกับภาพยนตร์ทุกประเภท ที่มีทั้งเรื่องดีๆ และที่อาจมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น นำเสนอไม่ดี ข้อมูลขาดเกิน ฯลฯ แต่ในภาพรวมแล้ว สารคดีย่อมเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ได้ตรงไปตรงมามากกว่าภาพยตร์บันเทิง เมื่อดูแล้วแทบไม่ต้องสงสัยเลยว่า เหตุการณ์หรือเนื้อหาในหนังเป็นจริงหรือไม่ นอกจากเรื่องที่นำเสนอทฤษฎีใหม่ๆ ค้านความเชื่อเดิมๆ หรือสมมติฐานที่นักประวัติศาสตร์เองก็ยังถกเถียงกันไม่ลงตัว เช่น เรื่อง The True Story of Marco Polo ที่ส่วนใหญ่เดินเรื่องตามสมมติฐานของ Fraces Wood ที่ว่า มาร์โคโปโล อาจจะไม่เคยไปเมืองจีนจริงๆ หรือตัวเขาอาจจะไม่มีตัวตนจริงๆ ด้วยซ้ำ หรือหนังสารคดีเกี่ยวกับอิยิปต์โบราณบางเรื่องที่ถกกันเรื่องศพของพระนางเนเฟอร์ติตีบ้าง ศพพระนางคลีโอพัตราบ้าง ฯลฯ แต่โดยธรรมชาติของคนเราลึกๆ จะว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไทยหรือไม่ก็แล้วแต่ มักไม่ค่อยชอบให้ใครมาสอนอะไรตรงๆ และโดยปกติก็ไม่มีใครเอาหนังสารคดีมาโฆษณาหวือหวาอยู่แล้ว สารคดีไม่ว่าจะเรื่องประวัติศาสตร์หรือเรื่องอะไรจึงกลับกลายเป็นยาหม้อใหญ่ของคนส่วนใหญ่ไป 2-3 คืนก่อน ผมเกิดอาการนอนไม่หลับอย่างที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ เดิมเคยใช้วิธีการสารพัดสารเพ เช่น เอาเพลงบรรเลงมาเปิดบ้าง ลุกขึ้นมาทำอะไรสักพักก่อนจะกลับไปนอนต่อบ้าง แต่คืนนั้นเกิดความคิดแว่บขึ้นมาว่า จะเอาแผ่น DVD รวมสารคดี 4 เรื่อง ซึ่งมีภาพหน้าปกที่ปรากฏอยู่ข้างบนมาลอง "ฟัง" ดูสักครั้ง ย้ำว่าเอามาเปิดฟังนะครับ ไม่ใช่เปิดดู เพราะถ้าลืมตาดูไม่รู้จะตาค้างหรือเปล่า และสารคดีหลายเรื่องก็เป็นการบรรยายตลอดจนสามารถปิดตาฟังได้จริงๆ แผ่น DVD ดังกล่าวมีสารคดี 4 เรื่องที่มีชื่อภาษาไทยดังนี้ 1. ฮิตเลอร์ ผู้สร้างชาติพันธุ์ชั้นเลิศ 2. เหมาเจ๋อตุง จักรพรรดิแดง 3. เช กูวารา นายแพทย์นักปฏิวัติ 4. เจียงไคเช็ค จอมพลแห่งแผ่นดินจีน เรื่องที่ 1 กับเรื่องที่ 3 นั้น เคยดูเวอร์ชัน VCD มาแล้ว เรื่องที่ 3 เคยนำมาเขียนแล้วด้วยที่ http://www.iseehistory.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=5345984&Ntype=3 คืนนั้นกะว่าถ้ายังนอนไม่หลับก็ดีไปอย่าง จะได้ "ฟัง" เรื่องที่ 2 กับ 4 ซึ่งยังไม่เคยดูและเกี่ยวกับบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์จีนช่วงสงครามโลกจนถึงต้นยุคสมัยใหม่ที่น่าสนใจถึง 2 ท่าน ซึ่งเป็นคู่อริที่ขับเคี่ยวชิงอำนาจกันมานานซะด้วย แต่ถ้าเสียงผู้บรรยายจะมีมนต์สะกดที่ช่วยให้หลับพักผ่อนได้ ก็ดีไปอีกแบบ ผลคือคืนนั้นหลับๆ ตื่นๆ ตลอด ซึ่งที่จริงรวมเวลาที่ "หลับ" ถือว่าได้พักผ่อนพอที่่จะทำงานในวันรุ่งขึ้นได้ แต่ที่แย่คือ มักจะ "ตื่น" ในช่วงของภาพยนตร์เรื่องที่ดูแล้ว พอถึงเรื่องของประธานเหมากับนายพลเจียงดัน "หลับ" เป็นส่วนใหญ่ มีได้ยินเสียงในช่วง "ตื่น" บ้างนิดหน่อย วันนั้นกลับจากทำงานมาถึงบ้านหลังจากกินข้าวเย็นแล้ว ตอนหัวค่ำเลยเอาแผ่น DVD ที่ว่ามาเปิดดูกับคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะทำงาน โดยเลือกดูเฉพาะเรื่อง "เหมาเจ๋อตุง จักรพรรดิแดง" กับ "เจียงไคเช็ค จอมพลแห่งแผ่นดินจีน" เพื่อให้หายแค้น เอ๊ย! เพื่อเป็นการชดเชย ส่วนการจะนำทั้ง 2 เรื่องมาเขียนแนะนำเมื่อไหร่ คงไม่ใช่ในเร็วๆ นี้ ความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบทีหลังครับ
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Fri-12-Feb-2010 - หนี Twitter ปะ Buzz
ก่อนหน้านี้ แม้กระแส Twitter จะแรงขนาดที่ทั้งอดีตนายกฯ หนีคดีและนายกฯ
ปัจจุบัน ยังนิยมใช้ แต่ความที่เคยเปิด Blog ไว้แล้ว หลังๆ ไม่มีเวลาเขียน
กับจะต้องดูแลทั้งเว็บหลวงและเว็บส่วนตัวอีก 2 รวมเป็น 3 เว็บ
แล้วตอนหลังยังมาเปิด Blog ใหม่ไว้สะสมคลิปเพลงคลาสสิค เลยไม่ได้สนใจจะใช้ แต่
แล้ววันดีคืนดี ตื่นมาเปิด Gmail ก็พบว่ามีตัวอักษรประหลาดคำว่า Buzz
โผล่แทรกเข้ามาอีก ลองเอาเม้าส์จิ้มไปจิ้มมาสองสามทีก็รู้ได้ว่า Google
กระโดดลงสนาม Social Network เข้าอีกรายแล้ว ลองโพสต์บ้าง
หาคนไว้ติดตามบ้าง ดูคนที่แอบเข้ามาติดตามเราบ้าง ก็เพลินไปอีกแบบ
เสียแต่ยังไม่ค่อยเห็นคอนเทนต์ของคนอื่นที่น่าสนใจเท่าไหร่ รอดูกันอีกสักพักก็แล้วกัน เกือบลืมบอกไปว่า อีเมล์ที่ Gmail ของผมคือ rojnchin@gmail.com ครับ
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Wed-6-Jan-2010 - แนะนำ Berliner Philharmoniker ออนไลน์
หลังจากขลุกกับคลิปเพลงคลาสสิคมานาน ในที่สุด YouTube ก็พาผมมาเจอ Channel ของ Berliner Philharmoniker (หรือ Berlin Philharmonic ในภาษาอังกฤษ หรือย่อว่า BPO ) วงดนตรีคลาสสิคชั้นนำของโลกเข้าอย่างค่อนข้างจะบังเอิญ นั่นคือ http://www.youtube.com/user/BerlinPhil แน่ละครับว่าจะต้องมีคลิปเพลงให้ชมให้ฟังกันอย่างมากมาย แต่ก็แน่นอนอีกเหมือนกันว่า ไม่ว่าวงดนตรีคลาสสิคหรือวงดนตรีประเภทไหนก็ต้องกินต้องใช้ แต่ละคลิปที่ปรากฏอยู่จึงเป็นเพียงคลิปตัวอย่างที่มีความยาวเพียง 2-3 นาที เพื่อเป็นการโปรโมทกิจกรรมต่างๆ ของวง นอกจากนี้ยังมีลิงค์ไปยังสื่อออนไลน์อื่นๆ ที่ BPO ใช้ประชาสัมพันธ์ รวมแล้วมีดังนี้ครับ - http://www.berliner-philharmoniker.de/dch คอนเสิร์ตฮอลล์ดิจิตอล สำหรับถ่ายทอดเสียงการแสดงสด ซึ่งจะมีปฏิทินบอกล่วงหน้าว่าจะแสดงที่ไหนเมื่อไหร่ หน้าเว็บหลักจริงๆ คือ http://www.berliner-philharmoniker.de/ ครับ - http://www.youtube.com/user/BerlinPhil เป็น Channel ใน Youtube ที่กำลังกล่าวถึง - http://www.facebook.com/BerlinPhil เป็นคล้ายชมรมใน Facebook เว็บไซต์เครือข่ายสังคมแบบเดียวกับ hi5 - http://twitter.com/BerlinPhil ถ้าเบื่อทวิตการเมืองก็มาที่นี่แทนได้เลยครับ ดังที่บอกแล้วว่า การที่ BPO ในยูทูปจะมีแต่คลิปตัวอย่างสั้นๆ นั้นไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ ที่เสียดายอยู่นิดๆ คือในเว็บไซต์หลักไม่ยักกะมีประวัติของวงเอาไว้ด้วย เลยต้องหันไปพึ่งวิกิพีเดียเจ้าเก่า ซึ่งเล่าประวัติของวงนี้เอาไว้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Berliner_Philharmoniker คราวนี้ล่ะจุใจเลยครับ ความเป็นมาของเขาตั้งแต่ปี 1882/พ.ศ.2425 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 ตอนรัตนโกสินทร์ครบ 100 ปีซะด้วย ใครภาษาอังกฤษแข็งแรงก็ตามไปอ่านกันได้นะครับ มัวแต่คุยเรื่องอื่นซะยาว คลิปตัวอย่างจาก Berliner Philharmoniker ในวันนี้เป็นผลงานของ Johannes Brahms คือ Symphony No. 3 in F major, Op. 90 จากการอำนวยเพลงของ Simon Rattle เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2008/พ.ศ.2551 ความยาว 2.53 นาที ขณะที่บทเพลงเต็มๆ นั้นมีทั้งหมด 4 Movement ด้วยกัน จะยาวแค่ไหนและไพเราะแค่ไหนคงต้องเป็นวันอื่น วันนี้ฟังตัวอย่างกันไปก่อนครับ
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Wed-4-Nov-2009 - ปรับไดรเวอร์และโปรแกรม TV Tuner ใน Windows 7 อีกที
จากเมื่อวานที่กล่าวถึงเรื่อง Windows 7 กับการ์ดทีวีจูนเนอร์ ที่ทีแรกต้องใช้โปรแกรม Windows Media Center คราวนี้ลองไปหาโปรแกรมและไดรเวอร์ล่าสุดจากเว็บของ Aver Media คราวนี้ได้เรื่องเลยครับ สามารถลงได้ทั้งไดรเวอร์และโปรแกรม TV Player ได้เรียบร้อย แต่ที่ไม่เรียบร้อยคือเล่นโปรแกรม TV Player แล้วได้แต่ภาพสีขาวๆ กับเสียงเท่านั้น แก้ยังไงก็ไม่หาย สุดท้ายต้องถอดไดรเวอร์ที่ดาวน์โหลดมาใหม่ออก แล้ว Restart ปล่อยให้มันหาไดรเวอร์เดิมจากอินเทอร์เน็ตเองอีกที คราวนี้จึงได้ภาพสีสวยงามในโปรแกรมทีวีดังเดิม และฟังวิทยุได้เหมือนเดิมใน XP ด้วย
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Tue-3-Nov-2009 - ลง Windows 7 อีกที
ตื่นเช้ามาก็นึกถึง Windows 7 ที่เมื่อวานลงแบบ 64 บิทแล้วมีปัญหาเป็นอันดับแรก เลยเอาแผ่นสำหรับ 32 บิทมาจัดการลงใหม่ในทันที ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็สามารถติดตั้ง Windows 7 เปล่าๆ ได้สำเร็จเช่นเดียวกับเมื่อวาน แต่ก็เป็นผลให้ไปทำงานสายอีกวันหนึ่ง ผลคือสามารถแก้ปัญหาไดรเวอร์ 32 บิทของสแกนเนอร์ได้ เหลือแต่ปัญหาเรื่องการติดตั้งโปรแกรมสำหรับการ์ดทีวีจูนเนอร์ ที่ Windows 7 ไปคว้าเอาไดรเวอร์จากอินเทอร์เน็ตมาลงให้เสร็จสรรพ แล้วไม่ยอมรับไดรเวอร์จากแผ่นติดตั้งที่มากับการ์ด ส่วนโปรแกรม TV Player แม้จะติดตั้งได้ก็ไม่ยอมรับไดรเวอร์ของ Windows 7 เช่นกัน ตอนเย็นกลับจากทำงานเลยต้องถอดโปรแกรมดูทีวีจากแผ่นที่มากับการ์ด แล้วก็คิดว่าหากไม่ลองหาโปรแกรมหรืออัพเดทจาก Aver Media ผู้ผลิตการ์ดทีวีนี้ ใน Windows 7 เองอาจจะมีโปรแกรมอะไรสักตัวที่ใช้ดูทีวีกับเจ้าทีวีจูนเนอร์ของเราได้ ในที่สุด ลองเปิดโปรแกรม Windows Media Center แล้วใช้ความพยายามปนความซุ่มซ่ามและความฟลุ้ค ในที่สุดก็สามารถ set ให้โปรแกรมนี้สามารถดูทีวีได้สำเร็จ แม้จะยังไม่ค่อยคุ้นกับโปรแกรมนี้เหมือนโปรแกรมดูทีวีที่เคยใช้เดิม แต่อย่างน้อยเจ้าการ์ดทีวีจูนเนอร์ที่มีอยู่ก็จะไม่ใช่แค่เศษเหล็กในเคสแล้ว
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Mon-2-Nov-2009 - ลง Windows7 ครั้งแรก
ได้ลองติดตั้ง Windows7 ครั้งแรก อุตส่าเตรียมป้องกันปัญหาไว้แล้วโดยลงในฮาร์ดดิสก์ใหม่เลย พอจะลงถึงได้สังเกตว่าในกล่องจะมีทั้งแผ่นสำหรับ 32 บิท และ 64 บิท แยกกันคนละแผ่นให้เลือก ความที่คิดว่า CPU เป็น Athlon64 จึงได้เลือกติดตั้งแบบ 64 บิท อะไรๆ ก็ดูเหมือนเรียบร้อย แต่ก็ติดปัญหา 2 อย่างสำคัญคือ เจ้าไดรเวอร์สำหรับสแกน Cannon Lide มันบอกว่าสำหรับ 32 บิทเท่านั้น ถัดมาก็เป็นโปรแกรมสำหรับการ์ดทีวีจูนเนอร์ Avermedia รันไม่ออกทั้งที่ลงไดรเวอร์แล้ว ยังไม่รู้ว่าเพราะเรื่อง 64 บิทหรือเปล่า งั้น XP Pro sp3 ที่ใช้อยู่เดิมก็แค่ 32 บิทน๋ะซี ส่วนที่ดีก็มีคือไดรเวอร์อย่างอื่นสามารถหาจากอินเทอร์เน็ตมาให้เราได้ อัตโนมัติ แต่ถ้าติดปัญหาแบบนี้สงสัยพรุ่งนี้ต้องลงใหม่เป็น 32 บิทดีกว่ามั๊ง
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Sat-31-Oct-2009 - ซื้อ Windows 7 แล้วจ้า
วันนี้นอกจากการไปซื้อของเล็กๆ น้อยๆ ยังได้ไปธุระสำคัญของคนไอที
คือการแวะไปดู Windows 7
ที่มีการเปิดตัวเป็นทางการที่สยามพารากอนเป็นเวลาสองวัน (31 ต.ค. กับ 1
พ.ย.) สอบถามข้อมูลเจ้าหน้าที่เล็กน้อย แล้วก็ตัดสินใจซื้อ Windows 7 รุ่น
Home Premium ในราคาที่รวม Vat แล้ว 4,040.- บาท หลังจากนั้น
เพื่อความมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องข้อมูล จึงได้ไปที่พันธุ์ทิพย์ต่อ
เพื่อซื้อฮาร์ดดิสก์ตัวใหม่มาเพื่อลงเจ้า Windows 7 นี้โดยเฉพาะ
กะว่าหากมีปัญหาอะไรแล้ว จะได้นำฮาร์ดดิสก์ตัวเก่าที่ลง Windows XP
มาใช้งานต่อไปได้ทันที
แล้วจะเริ่มติดตั้งและใช้งาน Windows 7 เมื่อไหร่ดีล่ะ
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Tue-27-Oct-2009 - ตัวอย่างการใช้โปรแกรม Open Source/Freeware แทนโปรแกรมลิขสิทธิ์
จากข่าวคราวที่ว่าจะมีการตรวจจับซอฟต์แวร์เถื่อนกันตามบริษัทห้างร้านและหน่วยงานต่างๆ เล่นเอาที่ทำงานผมตื่นกลัวกันไม่น้อย ถึงขนาดต้องมีการสำรวจและลงโปรแกรมกันใหม่วุ่นวายไปหมด โอกาสนี้ก็ขอนำข้อมูลส่วนหนึ่งเกี่ยวกับตัวอย่างการใช้โปรแกรมฟรีประเภทฟรีแวร์และโอเพนซอร์สมาทดแทนโปรแกรมลิขสิทธิ์หรือ Commercialware เท่าที่รวบรวมได้ในเบื้องต้นที่อาจเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านบ้าง ดังนี้ครับ
ตารางตัวอย่างการใช้โปรแกรม Open Source/Freeware แทนโปรแกรมลิขสิทธิ์
ลักษณะการใช้งาน โปรแกรมลิขสิทธิ์ Open Source/Freeware หมายเหตุ ระบบปฏิบัติการ (Operating System) Microsoft Windows Linux เช่น Ubuntu แม้ โปรแกรม Linux จะได้พัฒนาให้สามารถใช้งานได้ใกล้เคียงกับ Windows แต่การนำมาทดแทนยังต้องคำนึง Drivers ต่างๆ การใช้งานร่วมกันในระบบ LAN ฯลฯ โปรแกรมสำนักงาน (Word Processor, Spreadsheet, Presentation, etc.) Microsoft Office Open Office, Star Office, Google Docs Google Docs เป็นโปรแกรมออนไลน์ที่ต้องใช้งานและเก็บข้อมูลผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โปรแกรมตกแต่งภาพ Adobe Photoshop The Gimp, Paint.NET - โปรแกรมจัดการอัลบั้มภาพ ADC See FastStone Image, Picasa, IrfanView - โปรแกรมวาดภาพลายเส้น Adobe Illustrator, Corel Draw, Freehand Inkscape - โปรแกรมบันเทิงสื่อประสม (Multi-Media) Windows Media Player VLC Media Player, Winamp, KMPlayer Windows Media Player เป็นโปรแกรมที่มาพร้อมกับ Microsoft Windows อยู่แล้ว การรณรงค์ให้ใช้โปรแกรมอื่นแทนเป็นเรื่องของประสิทธิภาพของโปรแกรม และการต่อต้านการผูกขาดของ Microsoft โปแกรมอื่นที่มีให้เลือกใช้มักเป็น Open Source หรือ Freeware โปรแกรม Winamp จะมีให้เลือกใช้ทั้งที่เป็น Freeware และ Commercialware ขึ้นอยู่กับคุณลักษณะในการใช้งาน โปรแกรมท่องอินเทอร์เน็ต (Web Browser) Internet Explorer (IE) Mozilla Firefox, Opera, Safari, Maxthon, Google Chrome IE เป็นโปรแกรมที่มาพร้อมกับ Microsoft Windows อยู่แล้ว การรณรงค์ให้ใช้โปรแกรมอื่นแทนเป็นเรื่องของการรักษาความปลอดภัยและการต่อ ต้านการผูกขาดของ Microsoft โปแกรมอื่นที่มีให้เลือกใช้มักเป็น Open Source หรือ Freeware โปรแกรมรับส่งอีเมล์ Microsoft Outlook Mozilla Thunderbird - โปรแกรมบีบอัดข้อมูล WinZip, WinRAR 7-Zip, IZArc - โปรแกรมสร้างเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (PDF File) Adobe Acrobat PDF Creator PDF Creator ยังไม่สามารถจัดการไฟล์ PDF ในระดับซับซ้อนได้ ส่วนโปรแกรมที่ใช้ดูไฟล์ PDF เพียงอย่างเดียวทุกโปรแกรมเป็นฟรีแวร์อยู่แล้ว Anti-Virus Nod32, AntiVir, Kaspersky, McAfee, Norton AntiVirus AntiVir Personal, Avast! Home Edition, AVG Free Edition, ClamWin บางยี่ห้อที่เป็น Commercialware จะมีเวอร์ชันทดลองใช้งาน หรือเวอร์ชันฟรีที่มีขีดความสามารถน้อยกว่าเวอร์ชันเต็มให้ใช้งานได้ Anti-Spyware - Ad-Aware, Spybot Search & Destroy, Windows Defender โปรแกรม เกือบทั้งหมดเป็น Open Source หรือ Freeware แต่ผู้ใช้ควรระวัง Malware บางชนิดที่อ้างตัวเป็นโปรแกรม Anti-Spyware มาหลอกลวงให้ผู้ใช้จะต้องชำระเงิน
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Fri-24-Jul-2009 - สุริยุปราคา 22 ก.ค.2552 ในทัศนะดาราศาสตร์และโหราศาสตร์
Sun-12-Jul-2009 - ศาลพระภูมิอีกแบบหนึ่ง
ภาพศาลพระภูมิวันนี้อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากศาลพระศรีศากยะทศพลญาณฯ เมื่อวาน ลักษณะเหมือนปราสาทจตุรมุขที่ทรงสูง เป็นสีเดียวกันทั้งหลัง แต่เกิดนึกไม่ออกว่าเขาเรียกสีอะไร ดูเทียบกับฉากต้นไม้ข้างหลังแล้วงามไปอีกแบบครับ
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Sat-11-Jul-2009 - ศาลพระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ และพระพระยานรรัตนราชมานิต ธมมฺวิตกฺโก ภิกฺขุ
ระยะหลังนอกจากงานยุ่งแล้ว พอว่างก็ไปเน้นที่บล็อกเพลงคลาสสิค กับเว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ ซะเป็นส่วนใหญ่ ต้องขออภัยหากใครมาพบเว็บนี้แล้วอาจจะผิดหวังที่ไม่ค่อยมีอะไรอัพเดท ถ้ายังพอใจผลงานที่ผ่านมา ก็ขอเรียนเชิญไปชมที่เว็บทั้งสองแทนนะครับ ภาพที่นำมาโพสต์วันนี้ ต่างจากภาพก่อนๆ ที่เคยเป็นภาพศาลพระภูมิเจ้าที่เจ้าทางหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาพราหมณ์ มาเป็นศาลของพระพุทธและพระสงฆ์ คือ ศาลพระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์ และพระพระยานรรัตนราชมานิต ธมมฺวิตกฺโก ภิกฺขุ ตั้งอยู่หน้าอาคารแห่งหนึ่งบนถนนพญาไทครับ
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Wed-3-Jun-2009 - พึ่งลองใช้โดเมนเนม .co.cc
ประมาณปีหรือสองปีที่แล้วเคยได้ทราบจาก Blog ใน Blogth.com นี่แหละครับ ว่านอกจากโดเมนเนม .com, .net, .org และอะไรอื่นๆ ที่เรารู้จักกันดีแล้ว ยังมีโดเมนเนมน้องใหม่ในเวลานั้น คือ .co.cc ที่สามารถขอจดทะเบียนได้ฟรีด้วย ซึ่งทีแรกก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะเว็บไซต์ที่ดูแลอยู่ต่างก็มีโดเมนเนมที่ได้มาพร้อมกับระบบเว็บไซต์สำเร็จรูปอยู่แล้ว ส่วน Blog ที่นี่ก็ยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องมีโดเมนเนมโดยเฉพาะ มาในปีนี้ หลังจากเปิด Blog เพลงคลาสสิคที่ rojnchin.allblogthai.com มาได้ระยะหนึ่งแล้ว วันนี้ได้สังเกตว่ามี Blogger รายหนึ่งที่ใช้ Blog เพื่อโปรโมทเว็บของตัวเองที่ใช้โดเมนเนม .co.cc นี้อยู่ จึงนึกอยากจะหาโดเมนเนมที่ชื่อเกี่ยวกับดนตรีคลาสสิคตรงๆ ตัวดู จึงได้เสิร์ชจนพบเว็บที่รับจดโดเมนเนมนี้ที่ www.co.cc ซึ่งก่อนจะขอจดทะเบียนจะต้องสมัครสมาชิกก่อน แล้วจะมีสิทธิขอจดทะเบียนได้ 4 โดเมนเนม และที่จริงแล้ว การจดโดเมนเนมที่นี่ไม่ได้ฟรีไปหมดทุกชื่อ ระบบจะรายงานเราเองว่าชื่อที่เราต้องการนั้นว่างอยู่หรือไม่ มีชื่ออื่นๆ ที่คล้ายกันให้เลือกอีกหลายชื่อ และแต่ละชื่อเป็นชื่อฟรีหรือมีค่าใช้จ่ายปีละเท่าไหร่ ซึ่งก็มีตั้งแต่ไม่กี่เหรียญสหรัฐไปจนถึงหลักร้อย คิดเป็นเงินไทยเท่าไหร่ก็คูณกันเอาเองนะครับ สรุปคือมีให้เลือกตั้งแต่ของฟรียันชื่อแพงๆ และที่นับว่าโชคดีสำหรับผมมากๆ คือ ชื่อที่เลือกไว้ว่า www.classicmusic.co.cc นั้นยังว่างและไม่มีค่าใช้จ่าย ลืมบอกไปว่าแต่ละชื่อนั้นนอกจากโดเมนเนม .co.cc แล้ว เขายังแถม .cc.cc ในชื่อเดียวกันพร้อมระบบเว็บและพื้นที่ใช้งานจำนวนหนึ่งให้อีกด้วย แปลว่าผมยังได้เว็บไซต์ www.classicmusic.cc.cc มาอีกอันหนึ่งด้วย โดยยังไม่รู้จะเอามันไปทำอะไร กลายเป็นปัญหาเล็กๆ ให้ขบคิดกันต่อไป แต่ตอนนี้ช่างมันก่อน เอาไว้โปรโมทและเรียนรู้เจ้า www.classicmusic.co.cc ไปสักระยะค่อยว่ากันใหม่ครับ แถมท้าย ถ้าใครอยากทดลองจดโดเมนเนมตระกูลนี้ดูแล้ว คลิกที่แบนเนอร์ข้างท้ายได้เลยครับ
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Mon-11-May-2009 - 0864306381 อีกเบอร์ชั่วๆ ที่ควร Black List กันไว้
คราวก่อนนู้นเคยบ่นเรื่องเบอร์ชั่วๆ หมายเลข 023534300 เอาไว้ แล้วตั้งใจว่าจะไม่เขียนเรื่องลบๆ อีก (กระทั่งเรื่องดีๆ ยังขี้เกียจหามาอัพเดท เพราะมัวอัพเดทที่อื่นอยู่)ที่น่าทึ่งคือหลังจากนั้น ได้มีผู้เข้ามายัง Blog แห่งนี้จากการใช้เบอร์ชั่วเบอร์นี้เป็นคำค้น เป็นจำนวนมากมายจนแซงสถิติคำค้นอื่นๆไปแล้ว แต่ราวเดือนสองเดือนมานี้ กลับมีเบอร์ชั่วเบอร์ใหม่เริ่มมารบกวนผมอีก คือเบอร์ 0864306381 ตอนรับสายครั้งแรก ได้ถามมันทันทีว่าโทรจากที่ไหน มันอ้างว่ามาจากซิตี้แบงก์ (Citibank) ซึ่งผมแน่ใจว่าที่จริงเป็นแค่พวกตัวแทนที่หวังเปอร์เซนต์จากลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการพิเศษตามที่แบงก์จัดโปรโมชั่น จึงได้วางหูทันที โดยไม่เสียเวลาฟังว่ามันจะพูดอะไรอีก และยังได้เม็มเบอร์ไว้ในฐานะที่เป็น Black List เผื่อมันยังตามตื๊ออีกสักหนสองหน แต่ไม่ใช่ 2-3 ครั้งอย่างที่ผมคิด มันยังโทรมารบกวนอีก ทั้งในเวลางานราวสิบโมงเช้ากว่าๆ และหลังเลิกงานราวห้าโมงกว่าๆ หลายวันด้วยกัน เนื่องจากผมเม็มไว้แล้ว จึงใช้วิธีการตัดสายไม่รับบ้าง แกล้งรับสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้เฉยๆ บ้าง มันก็ยังจองเวรไม่เลิก ไม่เว้นแม้กระทั่งในวันแรกๆ ที่บ้านเมืองกำลังวิบัติเพราะคนชั่วทางการเมืองปิดถนน ด้วยความโมโห ในเดือนที่ผ่านมา ผมจึงแกล้งชำระหนี้ของซิตี้แบงก์ให้ช้ากว่ากำหนด 2-3 วัน โดยหวังว่า อาจจะหลุดจาก "ลูกค้าชั้นดี" ไม่ให้มันมารบกวนซะที แต่ในวันนี้ ตอนสายๆ มันก็ยังโทรมาอีก จึงจำเป็นต้องบันทึกเรื่องนี้ไว้เพื่อประกาศความชั่วของมัน รวมถึงต้องการทดสอบด้วยว่า จะมีการใช้เบอร์นี้เป็นคำค้นเข้ามาสู่ Blog อีกหรือเบอร์หนึ่งหรือไม่ สุดท้ายขอแนะนำว่า ให้บันทึกหมายเลข 023534300, 023534301 และ 0864306381 ไว้ในฐานะ Black List เผื่อมันโทรมารบกวนจะได้ทราบ แล้วจะไม่รับสายหรือดำเนินการอย่างไรตามที่ถนัด แต่ไม่แนะนำให้ต่อปากต่อคำกับมันนานๆ ควรจะลดละเลิกการใช้บัตรเครดิต/บัตรกดเงินของซิตี้แบงก์กันได้แล้ว หากยังมีหนี้สินเกินกว่าจะยกเลิกได้ทันที ไม่แนะนำให้ชักดาบ แต่ควรจะเปลี่ยนไปใช้บัตรอื่นซื้อของแทน หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม โดยเฉพาะการจ่ายค่าสาธารณูปโภคต่างๆ นั้น ย้ายไปจ่ายกับบัตรอื่นหรือบัญชีอื่นเลยจะดีกว่า งดการติดต่อกับซิติแบงก์(หรือทุกๆ แบงก์) ทางโทรศัพท์ทั้งโทรเข้าโทรออกเลยจะดีกว่า ถ้าทางแบงก์ต้องการอะไรควรจะส่งหนังสือมาเป็นลายลักษณ์อักษร ทางเราเอง หากจะมีธุระกับแบงก์ ก็มีแค่การชำระหนี้เก่า ที่สามารถจ่ายได้หลายทางอยู่แล้ว และการขอยกเลิกบัตรที่หมดหนี้สินกันแล้วนั้น เคยอ่านเจอว่าต้องไปที่สำนักงานใหญ่
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น