บันทึกและอัลบั้มส่วนตัว โรจน์ จินตมาศ
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Wed-3-Jun-2009 - พึ่งลองใช้โดเมนเนม .co.cc
ประมาณปีหรือสองปีที่แล้วเคยได้ทราบจาก Blog ใน Blogth.com นี่แหละครับ ว่านอกจากโดเมนเนม .com, .net, .org และอะไรอื่นๆ ที่เรารู้จักกันดีแล้ว ยังมีโดเมนเนมน้องใหม่ในเวลานั้น คือ .co.cc ที่สามารถขอจดทะเบียนได้ฟรีด้วย ซึ่งทีแรกก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะเว็บไซต์ที่ดูแลอยู่ต่างก็มีโดเมนเนมที่ได้มาพร้อมกับระบบเว็บไซต์สำเร็จรูปอยู่แล้ว ส่วน Blog ที่นี่ก็ยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องมีโดเมนเนมโดยเฉพาะ มาในปีนี้ หลังจากเปิด Blog เพลงคลาสสิคที่ rojnchin.allblogthai.com มาได้ระยะหนึ่งแล้ว วันนี้ได้สังเกตว่ามี Blogger รายหนึ่งที่ใช้ Blog เพื่อโปรโมทเว็บของตัวเองที่ใช้โดเมนเนม .co.cc นี้อยู่ จึงนึกอยากจะหาโดเมนเนมที่ชื่อเกี่ยวกับดนตรีคลาสสิคตรงๆ ตัวดู จึงได้เสิร์ชจนพบเว็บที่รับจดโดเมนเนมนี้ที่ www.co.cc ซึ่งก่อนจะขอจดทะเบียนจะต้องสมัครสมาชิกก่อน แล้วจะมีสิทธิขอจดทะเบียนได้ 4 โดเมนเนม และที่จริงแล้ว การจดโดเมนเนมที่นี่ไม่ได้ฟรีไปหมดทุกชื่อ ระบบจะรายงานเราเองว่าชื่อที่เราต้องการนั้นว่างอยู่หรือไม่ มีชื่ออื่นๆ ที่คล้ายกันให้เลือกอีกหลายชื่อ และแต่ละชื่อเป็นชื่อฟรีหรือมีค่าใช้จ่ายปีละเท่าไหร่ ซึ่งก็มีตั้งแต่ไม่กี่เหรียญสหรัฐไปจนถึงหลักร้อย คิดเป็นเงินไทยเท่าไหร่ก็คูณกันเอาเองนะครับ สรุปคือมีให้เลือกตั้งแต่ของฟรียันชื่อแพงๆ และที่นับว่าโชคดีสำหรับผมมากๆ คือ ชื่อที่เลือกไว้ว่า www.classicmusic.co.cc นั้นยังว่างและไม่มีค่าใช้จ่าย ลืมบอกไปว่าแต่ละชื่อนั้นนอกจากโดเมนเนม .co.cc แล้ว เขายังแถม .cc.cc ในชื่อเดียวกันพร้อมระบบเว็บและพื้นที่ใช้งานจำนวนหนึ่งให้อีกด้วย แปลว่าผมยังได้เว็บไซต์ www.classicmusic.cc.cc มาอีกอันหนึ่งด้วย โดยยังไม่รู้จะเอามันไปทำอะไร กลายเป็นปัญหาเล็กๆ ให้ขบคิดกันต่อไป แต่ตอนนี้ช่างมันก่อน เอาไว้โปรโมทและเรียนรู้เจ้า www.classicmusic.co.cc ไปสักระยะค่อยว่ากันใหม่ครับ แถมท้าย ถ้าใครอยากทดลองจดโดเมนเนมตระกูลนี้ดูแล้ว คลิกที่แบนเนอร์ข้างท้ายได้เลยครับ
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Mon-11-May-2009 - 0864306381 อีกเบอร์ชั่วๆ ที่ควร Black List กันไว้
คราวก่อนนู้นเคยบ่นเรื่องเบอร์ชั่วๆ หมายเลข 023534300 เอาไว้ แล้วตั้งใจว่าจะไม่เขียนเรื่องลบๆ อีก (กระทั่งเรื่องดีๆ ยังขี้เกียจหามาอัพเดท เพราะมัวอัพเดทที่อื่นอยู่)ที่น่าทึ่งคือหลังจากนั้น ได้มีผู้เข้ามายัง Blog แห่งนี้จากการใช้เบอร์ชั่วเบอร์นี้เป็นคำค้น เป็นจำนวนมากมายจนแซงสถิติคำค้นอื่นๆไปแล้ว แต่ราวเดือนสองเดือนมานี้ กลับมีเบอร์ชั่วเบอร์ใหม่เริ่มมารบกวนผมอีก คือเบอร์ 0864306381 ตอนรับสายครั้งแรก ได้ถามมันทันทีว่าโทรจากที่ไหน มันอ้างว่ามาจากซิตี้แบงก์ (Citibank) ซึ่งผมแน่ใจว่าที่จริงเป็นแค่พวกตัวแทนที่หวังเปอร์เซนต์จากลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการพิเศษตามที่แบงก์จัดโปรโมชั่น จึงได้วางหูทันที โดยไม่เสียเวลาฟังว่ามันจะพูดอะไรอีก และยังได้เม็มเบอร์ไว้ในฐานะที่เป็น Black List เผื่อมันยังตามตื๊ออีกสักหนสองหน แต่ไม่ใช่ 2-3 ครั้งอย่างที่ผมคิด มันยังโทรมารบกวนอีก ทั้งในเวลางานราวสิบโมงเช้ากว่าๆ และหลังเลิกงานราวห้าโมงกว่าๆ หลายวันด้วยกัน เนื่องจากผมเม็มไว้แล้ว จึงใช้วิธีการตัดสายไม่รับบ้าง แกล้งรับสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้เฉยๆ บ้าง มันก็ยังจองเวรไม่เลิก ไม่เว้นแม้กระทั่งในวันแรกๆ ที่บ้านเมืองกำลังวิบัติเพราะคนชั่วทางการเมืองปิดถนน ด้วยความโมโห ในเดือนที่ผ่านมา ผมจึงแกล้งชำระหนี้ของซิตี้แบงก์ให้ช้ากว่ากำหนด 2-3 วัน โดยหวังว่า อาจจะหลุดจาก "ลูกค้าชั้นดี" ไม่ให้มันมารบกวนซะที แต่ในวันนี้ ตอนสายๆ มันก็ยังโทรมาอีก จึงจำเป็นต้องบันทึกเรื่องนี้ไว้เพื่อประกาศความชั่วของมัน รวมถึงต้องการทดสอบด้วยว่า จะมีการใช้เบอร์นี้เป็นคำค้นเข้ามาสู่ Blog อีกหรือเบอร์หนึ่งหรือไม่ สุดท้ายขอแนะนำว่า ให้บันทึกหมายเลข 023534300, 023534301 และ 0864306381 ไว้ในฐานะ Black List เผื่อมันโทรมารบกวนจะได้ทราบ แล้วจะไม่รับสายหรือดำเนินการอย่างไรตามที่ถนัด แต่ไม่แนะนำให้ต่อปากต่อคำกับมันนานๆ ควรจะลดละเลิกการใช้บัตรเครดิต/บัตรกดเงินของซิตี้แบงก์กันได้แล้ว หากยังมีหนี้สินเกินกว่าจะยกเลิกได้ทันที ไม่แนะนำให้ชักดาบ แต่ควรจะเปลี่ยนไปใช้บัตรอื่นซื้อของแทน หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม โดยเฉพาะการจ่ายค่าสาธารณูปโภคต่างๆ นั้น ย้ายไปจ่ายกับบัตรอื่นหรือบัญชีอื่นเลยจะดีกว่า งดการติดต่อกับซิติแบงก์(หรือทุกๆ แบงก์) ทางโทรศัพท์ทั้งโทรเข้าโทรออกเลยจะดีกว่า ถ้าทางแบงก์ต้องการอะไรควรจะส่งหนังสือมาเป็นลายลักษณ์อักษร ทางเราเอง หากจะมีธุระกับแบงก์ ก็มีแค่การชำระหนี้เก่า ที่สามารถจ่ายได้หลายทางอยู่แล้ว และการขอยกเลิกบัตรที่หมดหนี้สินกันแล้วนั้น เคยอ่านเจอว่าต้องไปที่สำนักงานใหญ่
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Mon-6-Apr-2009 - ศาลพระอินทร์ข้างโรงแรมอินทรา
เมื่อวานได้ไปเดินห้างพันธุ์ิทิพย์ โดยลงรถเมล์บริเวณประตูน้ำ แล้วเดินทางลัดบริเวณข้างตึกศูนย์การค้าอินทรา พบศาลแห่งนี้เข้า ภายในเป็นรูปปั้นพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ฉากหลังทางขวาก็มีต้นไม้ร่มรื่นสวยงาม หาชมได้ยากในป่าคอนกรีต จึงขอบันทึกไว้นำมาเผยแพร่กันต่อไป
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Sun-1-Mar-2009 - แนะนำ Channel รวมเพลงชาติ
จากการที่ต้องหาเพลงคลาสสิคไปเป็นข้อมูลอัพเดท Blog ใหม่อีกแห่งหนึ่ง ค้นไปค้นมาก็ไปเจอกับ Channel ของผู้ใช้นามว่า LordDaine ซึ่งเป็นหนุ่มสเปนอายุเพียง 21 ปี (ถ้าแจ้งข้อมูลตามจริง) ซึ่งอันที่จริงก็มีคลิปประเภทอื่นนอกเหนือจากเพลงชาติอยู่ด้วย แต่จำนวนเพลงชาติที่รวบรวมไว้ก็นับว่ามากพอที่จะเป็นแหล่งอ้างอิงได้อย่างดี เชิญแวะชมได้ที่ http://www.youtube.com/LordDaine ครับ ส่วนคลิปตัวอย่างวันนี้เป็นเพลงชาติไทยของเราเองครับ
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Sat-28-Feb-2009 - ศาลพระภูมิหน้า CAT Telecom
ย้ายที่ทำงานมาอยู่ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะมาตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว ขึ้นลงรถเมล์ผ่านหน้าที่ทำการของ CAT Telecom ทุกวัน นับเป็นเดือนแล้ว คงไม่ช้าเกินไปนะครับที่จะนำภาพนี้มาฝากกันซะที เป็นศาลทรงปราสาทจตุรมุขอย่างที่เห็นกันโดยทั่วไป ตั้งบนลานหินอ่อน มีรูปปั้นช้างคู่ขนาบข้าง และศาลไม้เล็กๆ อยู่ข้างล่างอีกศาลหนึ่ง รอบลานหินอ่อนมีพุ่มไม้ล้อมรั้วอีกที จัดว่าเป็นลานศาลพระภูมิที่งดงามไม่น้อย
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Sun-22-Feb-2009 - เมื่อ Google หัดแปลอังกฤษเป็นไทย
เมื่อวานนี้ (เสาร์ที่ 21 ก.พ.2552) ด้วยแรงดลใจอะไรก็ไม่ทราบ จึงได้ค้นเอกสารหรือ Sheet สมัยเรียนปริญญาโท ที่น่าสนใจได้หลายเรื่อง หนึ่งในจำนวนนั้นคือสรุปย่อปรัชญาประวัติศาสตร์ ของ Fernand Braudel ที่ตั้งใจว่าจะนำไปลงประกอบความรู้ที่เว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ (www.iseehistory.com ) แล้วก็เลยอยากหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคนผู้นี้ แน่นอนว่าที่พึ่งของผมย่อมไม่พ้นอากู๋ หรือ Google ที่เราคุ้นเคยกันดี พอเสิร์ชคำว่า Braudel ปั๊บ ผลลัพธ์แรกก็คนกันเองอีกเหมือนกัน คือ ข้อมูลจาก Wikipedia นั่นเองครับ นอกจากลิงก์ไปยังบทความภาษาอังกฤษแล้ว อากู๋ของผมยังอาสาแปลให้ด้วย พอคลิกเข้าไปที่ลิงก์ [ แปลหน้านี้ ] ตามคำเชิญเท่านั้นแหละครับ ได้เรื่องเลย สุดจะบรรยายจริงๆ ครับ ลองเปรียบเทียบดูจากที่ผมตัดตอนมานะครับ ต้นฉบับภาษาอังกฤษที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Fernand_Braudel Fernand Braudel (August 24, 1902November 27, 1985), was the foremost French historian of the postwar era, and a leader of the Annales School. He organized his scholarship around three great projects, each worth several decades of intense study: "The Mediterranean" (1923-49, then 1949-66), "Civilization and Capitalism" (1955-79), and the unfinished, "Identity of France" (1970-85). His reputation stems in part from his writings, but even more from his success in making the Annales School the most important engine of historical research in France and much of the world after 1950. As the dominant leader of the Annales School of historiography in the 1950s and 1960s, he exerted enormous influence on historical writing in France and other countries. Braudel has been considered one of the greatest of those modern historians who have emphasised the role of large scale socio-economic factors in the making and telling of history. He can also be considered as one of the precursors of World Systems Theory. คำแปลของ Google Fernand Braudel (24 สิงหาคม 1902 - 27. พฤศจิกายน 1985), ฝรั่งเศสเป็นสำคัญของนักประวัติศาสตร์ยุคหลังสงครามและเป็นผู้นำของ Annales โรงเรียน. พระองค์ทรงจัดทุนการศึกษาของเขารอบสามใหญ่โครงการแต่ละมูลค่าหลาย decades ของแจ๋ศึกษา: "การเมดิเตอร์เรเนียน" (1923-49 แล้ว 1949-66), "อารยธรรมและทุนนิยม" (1955-79) และคาราคาซัง "บุคคลของฝรั่งเศส "(1970-85). พระองค์ชื่อเสียง stems ในส่วนหนึ่งจากที่เขา writings แต่ยิ่งขึ้นจากความสำเร็จของเขาในการที่ Annales โรงเรียนที่สำคัญที่สุดของเครื่องยนต์ประวัติศาสตร์วิจัยในประเทศฝรั่งเศสและมากของโลกหลังจาก 1950. เป็นผู้นำสำคัญของ Annales โรงเรียน historiography ใน 1950s และ 1960s เขา exerted มหาศาลอิทธิพลประวัติศาสตร์เขียนในประเทศฝรั่งเศสและประเทศอื่นๆ. Braudel ได้รับการพิจารณาหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ของบรรดา historians สมัยใหม่ที่มี emphasised บทบาทของขนาดใหญ่ปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคมในการสร้างและบอกของประวัติการ. พระองค์ยังสามารถถือเป็นหนึ่งใน precursors ของ โลกระบบทฤษฎี. อากู๋ครับ Braudel ไม่ใช่ชนชั้นเจ้านะครับ ขอบคุณอากู๋ที่พยายามช่วยทลายกำแพงทางภาษาให้ชาวอินเตอร์เน็ต แต่อากู๋คงต้องเรียนภาษาไทยอีกเยอะเลยนะครับ Oh, My God! เฮ้อ!
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Wed-18-Feb-2009 - แนะนำ Channel ของ บัณฑิต อึ้งรังษี
พูดถึงเพลงคลาสสิคในเมืองไทยเวลานี้ ถ้าไม่กล่าวถึงคุณบัณฑิต อึ้งรังษี
แล้ว คงจะกลายเป็นการตกข่าว พอดีพึ่งจะไปเจอ Channel
ของคุณบัณฑิตใน YouTube ที่ http://www.youtube.com/bunditmusic เข้า เสียดายว่าพึ่งมีคลิปอยู่เพียง 3 เพลง แต่เชื่อว่าคงทยอยอัพโหลดขึ้นเรื่อยๆ ครับ ที่ Blog เพลงคลาสสิค ผมได้ทยอยนำขึ้นทีละเพลง แต่สำหรับ Blog นี้แล้ว ขอนำมา Embed กันทั้ง Channel เลยครับ
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Tue-17-Feb-2009 - อีก 2 เหตุผลที่คนไอทีต้องใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง?
เคยเขียนเรื่อง "คนไอที กับ การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง" ตั้งแต่ 16 มีนาคม 2007 หรือพ.ศ.2550 (ตั้ง 2 ปีมาแล้ว! อยู่กับ Blogth มานานขนาดนี้แล้วหรือนี่?) ซึ่งการเขียน(หรือพิมพ์)ผิดที่เกิดขึ้น มีทั้งกรณีที่บังเอิญพิมพ์ผิด เขียนหรือพิมพ์ผิดเพราะจำมาผิดๆ และที่ผิดแบบจงใจเห็นเป็นความโก้เก๋ การรณรงค์ให้ใช้ภาษาไทยให้ถูก โดยอ้างถึงการอนุรักษ์มรดกไทยปู่ย่าตายาย การรักษาชาติ หรืออะไรๆ ก็พูดกันมามากแล้ว ไม่ทราบว่าจะเข้าหูใครมากน้อยแค่ไหน ดูเหมือนการเขียนผิดทุกกรณียังมีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ เหตุผลที่ผมพึ่งนึกได้ในการที่เราควรรักษาภาษาไทยให้คงความเป็นมาตรฐานนั้น มาจากเรื่องของเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับเว็บไซต์นี่เองครับ อย่างแรกคือเรื่องของ Search Engine เช่นคำว่า "องค์กร" ดูๆ ก็ไม่น่าจะเป็นคำยากอะไร แต่ก่อนก็ไม่เคยเห็นอยู่ในบัญชีคำที่มักเขียนผิด เมื่อไม่นานมานี้เห็นมีคนพิมพ์ในเว็บบอร์ดของผมเป็น "องกรณ์" (คงไปสันสนกับคำว่า "กรณี" หรือไร) ทีแรกนึกว่าคุณเธอเขียนผิดอยู่คนเดียว ลองเสิร์ช Google ดู ปรากฏว่ามีหลายลิงก์หลายเว็บที่เขียนผิดแบบนี้จนน่าตกใจ คำๆ เดียวกัน ถ้า เขียนกันสองอย่างสามอย่าง หรือตามใจตัวเองขนาดสิบคนสิบอย่าง ร้อยคนร้อยอย่าง จะเอาอะไรเป็นมาตรฐาน จะเสิร์ชอะไรเกี่ยวกับ "องค์กร" ที อาจจะหาข้อมูลได้ไม่ครบ ต้องเสิร์ชเผื่อคำอื่นที่เขียนผิดกัน 2-3 รอบเป็นอย่างน้อย อย่างนั้นหรือ อีกอย่างหนึ่งคือเรื่องของเทคโนโลยีการแปลภาษาที่กำลังพัฒนากันอยู่ เดิมทีผมเคยได้ความรู้ว่าภาษาที่ยากที่สุดในโลก (หรือที่จริงยากที่สุดในยุโรปแล้วผมจำผิดก็ไม่ทราบ) คือ ภาษารัสเซีย รองลงมาคือ ภาษาเยอรมัน แต่มาหลังๆ เห็นคนไทยเรากันเองนี่แหละที่บอกว่าภาษาไทยนั้นยากที่สุดในโลก เนื่องจากเป็นภาษาที่ทุกคำเขียนติดกันเป็นพืด และวางสระได้รอบตัว โปรแกรมที่จะแปลภาษาอื่นเป็นภาษาไทยหรือแปลภาษาไทยเป็นภาษาอื่นจึงไม่ค่อยจะคืบหน้า และอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมต้องขอเสริมคือนิสัย "ทำได้ดังใจคือไทยแท้" ทำให้ภาษาไทยเราห่างจากกฎเกณฑ์ที่แน่นอนชัดเจนเข้าไปทุกที ถ้าร้อยคนพูดร้อยอย่างเขียนร้อยอย่างแล้ว โปรแกรมเมอร์เทวดาที่ไหนจะสามารถทำโปรแกรมแปลภาษาให้เป็นที่พอใจของทุกคนได้ ฝากกันไว้แค่นี้แหละครับ
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Mon-16-Feb-2009 - โอลิมปิคที่ปลอดการเมือง
เป็นอีกวันที่ต้องขออาศัย Blog นี้ในการโปรโมทเว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ (www.iseehistory.com ) ก็พูดกันตรงๆ แบบนี้แหละครับ ไม่ต้องมีการหมกเม็ดหรือวาระซ่อนเร้นอะไร ชอบก็ตามลิงก์ไปดู ไม่ชอบก็ไม่ว่ากัน เมื่อวาน (อาทิตย์ที่ 15 ก.พ.2552) พึ่งได้นำบทความเรื่อง "เกียรติยศแห่งชัยชนะ ชัยชนะแห่งไฟในหัวใจอันลุกโชน" โดย "คนเล่าเรื่อง" ขึ้นสู่เว็บไซต์ที่ http://www.iseehistory.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538723575&Ntype=3 เรื่องราวการต่อสู้ของนักกรีฑาทีมชาติอังกฤษที่ไปแข่งขันที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ปี 1924 ครับ ข้อคิดประการหนึ่งที่ผู้เขียนบทความฝากไว้ มีดังนี้ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้พยายามสร้างบรรยากาศของกีฬาโอลิมปิกในอดีตที่ปลอดการ
เมือง ซึ่งนับว่าเป็นโอลิมปิกที่ศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ
ในเวลานั้นกลับมาอีกครั้งสู่สายตาของคนที่เคยได้สัมผัสบรรยากาศนั้นจริง ๆ
มาแล้ว (คือ ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างในปี ค.ศ. 1981 ดังนั้น
คนในรุ่นดังกล่าวยังคงมีชีวิตอยู่พอสมควรครับ) ในขณะที่โอลิมปิกช่วงหลัง ๆ
จากนั้น มักจะถูกโยงเข้ากับการเมืองเป็นประจำ (กรณี โอลิมปิกที่เบอร์ลิน
ค.ศ. 1936 ที่นาซีเยอรมันใช้เป็นเวทีอวดอำนาจของตัวเอง,
การก่อการร้ายในโอลิมปิกที่จัดขึ้นเยอรมันอีกครั้ง ในปี ค.ศ. 1972,
การบอยคอตโอลิมปิกจากชาติมหาอำนาจอย่างอเมริกาในปี ค.ศ. 1980
จากกรณีรุกรานอัฟกานิสถานและได้รับการบอยคอตกลับจากรัสเซีย ในปี ค.ศ.
1984)
และโอลิมปิกสมัยใหม่ยังเป็นเรื่องของการค้าและการแสวงหาผลประโยชน์กันขนาน
ใหญ่จนจิตวิญญาณของโอลิมปิกดั้งเดิมได้แปรเปลี่ยนและสูญหายไปแทบหมดสิ้น โอลิคปิคครั้งต่อไปจะปลอดการเมืองได้ไหม คำตอบอาจไม่อยู่ที่เราโดยตรง แต่ถ้าร่วมแรงร่วมใจกันจริง อะไรๆ ก็อาจเป็นไปได้มั๊ง?
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Sat-14-Feb-2009 - บทความใหม่ที่เว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ - นรกตะรูเตา : ค่ายนรกแบบไทยๆ
วันนี้พึ่งได้นำบทความเรื่อง "นรกตะรูเตา : ค่ายนรกแบบไทยๆ"
ขึ้นสู่เว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ ที่
http://www.iseehistory.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538723530&Ntype=7
ก็ขออาศัยไดอารีบ้านเล็กช่วยโปรโมทอีกแรงเช่นเคย แนวคิดทางประวัติศาสตร์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมรู้สึกว่าไม่ค่อยจะยุติธรรมกับคณะราษฎรผู้เปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 เท่าไหร่นัก โดยสร้างความเลวร้ายผ่านบรรดาผู้คุมราวกับจะให้เป็นตัวแทนความเลวร้ายของการปกครองภายหลัง 2475 น่าสังเกตด้วยว่าภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นในช่วงที่การเมืองมีการแบ่งแยกเป็นซ้ายเป็นขวาอย่างรุนแรง และท่านผู้เขียนบทภาพยนตร์ก็ออกจะขวาจัดซะด้วย จะผิดถูกอย่างไรขอเชิญวิจารณ์ได้ที่บทความตามลิงค์ดังกล่าวข้างต้นครับ สำหรับเรื่องนี้เนื่องจากยังไม่พบ Trailer หรือหนังตัวอย่างใดๆ จึงขอนำภาพธรรมชาติอันสวยงามในปัจจุบันของเกาะตะรูเตามาให้ชมแทนครับ
อ่านความคิดเห็น (Comments) (1) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Thu-12-Feb-2009 - ความรุ่งโรจน์ ในโลกมืด ของ เรย์ ชาลส์
วันนี้ขอแนะนำบทความใหม่ที่ IseeHistory.com อีกสักเรื่อง เขียนโดย countryboy เรื่อง "ความรุ่งโรจน์ ในโลกมืด ของ เรย์ ชาลส์" อันเป็นเรื่องเกี่ยวกับนักร้องตาบอดผิวดำ นามว่า Ray Charles หรือในชื่อเต็มๆว่า Ray Charles Robinson (September 23, 1930 June 10, 2004) ซึ่งเรื่องราวโดยละเอียดก็อยากให้ท่านได้อ่านจาก http://www.iseehistory.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538723136&Ntype=3 ส่วนในที่นี้ ขอตัดตอนมาเฉพาะส่วนที่เป็นข้อคิดสำคัญ ดังนี้ครับ ในบ้านเรา คนพิการ เคยเหมือนถูกจัดให้เป็นประชาชนชั้นสองในอดีตที่ผ่านมานานหลายสิบปี บางคนถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าเรียนตามที่เค้าต้องการ บางคนถูกปฏิเสธให้เข้าร่วมทำงานด้วย เพราะเพียงแค่เค้าพิการ ปัจจุบัน สังคมยอมรับคนพิการมากขึ้นแล้วครับ ก็นับว่าเป็นบุญเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่ เพื่อน ๆ ที่อ่านเรื่องนี้กันอยู่ล่ะครับ ท่านมองคนพิการอย่างไรบ้างครับผม มีอยู่ 2 ประโยคที่ผมว่าน่าประทับใจนะจากหนังเรื่องนี้ ประโยคแรก แม่ของ เรย์ พูดกับเค้าว่า อย่าให้ใคร หรือสิ่งใด ทำให้ลูกกลายเป็นคนพิการ และอีกประโยค เป็นการสนทนากันระหว่าง เรย์ และ เดลล่า บี ขณะที่ยังรักกันใหม่ ๆ โดย เรย์ บอกกับ บี ว่า ขอให้คุณพูดความจริงกับผมเสมอ อย่าสงสารผมเพราะผมเป็นคนตาบอด ใช่ครับ การใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ถ้ามีแต่ความจริงให้กัน ชีวิตคู่จะมีความสุขอย่างแน่นอน ก็ขอฝากเพื่อน ๆ ไว้ด้วยนะครับ
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Sat-7-Feb-2009 - Blog เพลงที่ All Blog มีอะไรเรี่ยราดใน Internet ไปหมดเลยฉัน
วันหยุดยาววันแรกก็ต้องแปลกใจกับไอคอนใหม่ที่ banlek.com ซึ่งทราบภายหลังว่ามันคือการเปิดใช้งาน Blog ในโครงการ All Blog ที่เขาเคยเกริ่นเอาไว้นานจนสมาชิกบ้านเล็กบางคนนึกว่าโครงการนี้แท้งไปแล้ว เมื่อมีสิทธิใช้งานทั้งที จะปล่อยไว้เฉยๆ ได้ยังไง จึงได้ตัดสินใจใช้ Blog แห่งนี้สำหรับการโพสต์เพลงคลาสสิคตามที่เคยคิดเอาไว้ ถ้าโครงการนี้แท้งก็คงเอาแนวคิดนี้มาเปิดคอลัมน์ใหม่ใน Blogth.com ไปแล้วนะเนี่ย เป็นอันว่าตอนนี้ข้าพเจ้าก็มีอะไรเรี่ยราดในอินเตอร์เน็ตไปหมด คือ เว็บไซต์ 2 แห่ง คือ www.rojn-info.com สำหรับโหราศาสตร์และ www.iseehistory.com ในเรื่องภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ไม่นับของเว็บฟรีของ Google ที่เคยลองเปิดดูเล่นๆ แต่ไม่รู้จะทำข้อมูลอะไร Blog ปาเข้าไป 3 แห่ง คือ Blogth.com , iseehsitory.socita.com แล้วก็มาที่ล่าสุดวันนี้ rojnchin.allblogthai.com ไม่นับของ Blogger.com ที่ตอนนั้นไม่รู้จะใส่ข้อมูลอะไรเลยทิ้งร้างไว้นานแล้ว เว็บ Social Network ได้แก่ Banlek.com , hi5.com แล้วก็มา Facebook.com ในเครือ Google มีทั้ง อัลบั้มภาพ Picasa , Channel โหลดคลิปใน YouTube , Calendar (ไม่ได้อัพเดทนานแล้ว) Maps และ Document อีเมล์นอกจากของที่ทำงานกับที่ได้จาก ISP แล้ว ยังมี Gmail.com กับ Yahoo Mail แต่อันหลังยังไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่ แล้วยังมีอะไรอีกก็ไม่รู้ วันหลังอาจจะนึกได้มากกว่านี้อีก(?) ไหนยังจะงานประจำที่ต้องดูแลเว็บที่ทำงานอีกล่ะ ที่จริงระยะหลังๆ พยายามทุ่มให้กับ www.iseehistory.com เป็นอย่างมาก ทั้งๆ ที่แทบไม่ได้สตางค์เลย แต่อยากทำอะไรให้เป็นองค์ความรู้ดีๆกับวงการอินเตอร์เน็ตเมืองไทย แต่ก็อดไม่ได้กับการมาเข้าสังคมกับบ้านเล็ก การมาเปิด Blog ใหม่อาจเป็นเหมือนเพิ่มภาระให้ตนเอง หรืออาจกลายเป็น Blog ร้างได้ แต่จากแนวคิดที่เตรียมไว้ง่ายๆ คือการใช้คลิปจาก Youtube เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญ ก็อาจจะช่วยให้ Blog นี้มีการอัพเดทอย่างต่อเนื่องได้โดยไม่เปลืองแรงมากนัก ผลจะเป็นอย่างไรคอยดูกันต่อไป
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Sun-1-Feb-2009 - คลิปกระบองสองท่อน กับการมี Channel ใน YouTube
ขออัพเดท Blog ด้วยคลิป YouTube ของผู้ที่พึ่งจะมา Subscribe กับ Channel ของผม สดๆ ร้อนๆ ครับ เป็นคลิปการร่ายรำอาวุธกระบองสองท่อน หรือ nunchaku จาก http://www.youtube.com/raogongfu ครับ เหตุที่นำคลิปนี้มาให้ชมนอกจากเรื่องศิลปะการต่อสู้แล้ว ยังอยากให้สังเกตด้วยว่า การมี Channel ใน YouTube นั้น บางทีอาจไม่สำคัญว่าเราเองจะมีคลิปมากน้อยแค่ไหน อย่างเจ้าของคลิปที่มาลองนี้ เข้าร่วมตั้งแต่ 31 ธ.ค.2006 หรือ พ.ศ.2549 แล้วก็มีอยู่เพียงคลิปเดียว แต่ก็มีสถิติการดูคลิป ณ เวลาที่ผมโพสต์เรื่องนี้ จำนวน 4,749 ครั้ง และการที่เขามา Subscribe กับ Channel ของผม ก็แสดงว่าเขาก็ยังไม่ได้ทิ้ง YouTube ไปไหน อีกหลาย Channel ที่ผมเคยเห็น ก็ไม่ได้มีคลิปอะไรมาโพสต์เลย แต่เอาไว้เก็บคลิปโปรด (Favorites) จาก Channel อื่นก็มีครับ นับเป็นอีกทางเลือกนอกเหนือจากการมีคลิปใน Channel เยอะๆ หรือนั่งดูเฉยๆ โดยไม่มี Channel
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Sat-31-Jan-2009 - ศาลพระตรีมูรติเดิม
คราวก่อนนำภาพศาลพระตรีมูรติที่ตั้งอยู่ ณ Central World มาให้ชม พอดีวันนี้ค้นภาพเก่า ไปเจอว่า เดิมศาลนั้น ตั้งอยู่ตรงหัวมุมสี่แยกราชประสงค์ ซึ่งอยู่ทแยงกับพระพรหมเอราวัณพอดี ไม่ใช่ตรงหน้าห้างด้านถนนราชดำริดังเช่นปัจจุบัน จึงขอนำภาพศาล ณ ที่ตั้งเดิมมาให้ชมเปรียบเทียบกันครับ
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Wed-28-Jan-2009 - Digital Photo Frame เครื่องเล่น MP3-MP4 แบบกรอบรูป
ในที่สุด ผมก็มีเรื่องเสีย(วง)เงินกับสินค้าไอทีอีก หลังจากสุริยุปราคาเพียง 1 วัน (โปรดจินตนาการให้มันเกี่ยวกันหน่อยนะครับ เพราะตัวผมก็ยังหนีโหราศาสตร์ไม่พ้น) กับสินค้าที่มีชื่อว่า Digital Photo Frame ของ iSmart อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ เครื่องเล่น MP3/MP4 ที่ดีไซน์ให้ดูเหมือนกรอบรูปภาพนั่นเอง แต่แทนที่จะดูได้แต่ภาพนิ่งๆ ก็กลายเป็นดูภาพแบบสไลด์โชว์โดยจะมีเสียงประกอบหรือไม่ก็ได้ บรรเลงเพลง MP3 ก็ได้ ดูภาพยนตร์ก็ได้ โดยสามารถอ่านข้อมูลได้จากสื่อบันทึกข้อมูลขนาดเล็กที่เราใช้กันโดยทั่วไป ทั้ง MMC/SD/MS/XD/CF รวมถึงช่อง USB สำหรับเจ้า ThumbDrive หรือฮาร์ดดิสก์พกพาต่างๆ สถานที่ซื้อก็คือเซ็นทรัลลาดพร้าวบริเวณชั้น 1 ซึ่งกำลังจัดโปรโมชั่นสินค้าไอทีต่างๆ ทีแรกผมตั้งใจจะไปดูราคาของเจ้าพวก NetBook แล้วปลงๆ ซะ กลับมาเจอเจ้ากรอบรูปไฮเท็คนี้เข้า โดยมีให้เลือก 2 รุ่น คือรุ่นจอ 7 นิ้ว ที่ผมซื้อมานี้ กับอีกรุ่นที่จอน่าจะประมาณ 10 นิ้ว คนขายพยายามเชียร์อยู่กลายๆ ให้ผมซื้อเจ้าตัวใหญ่ ซึ่งมันก็เหนือกว่าเจ้าตัว 7 นิ้วในหลายๆ ด้านจริงๆ คือนอกจากจะจอใหญ่กว่าแล้ว ยังมีลูกเล่นบางอย่างมากกว่า และสามารถอ่าน SD Card 4 GB ของผมที่เสียบอยู่กับเจ้า HTC ตัวเก่งของผมได้ ขณะที่เจ้าตัว 7 นิ้วอ่านไม่ได้ แต่เหตุที่เลือกตัว 7 นิ้ว นอกจากเรื่องราคาที่ถูกกว่า (ราคาลดเหลือสามพันกว่าบาท) ยังเป็นเรื่องของความกระทัดรัด อยู่ในห้องก็กินที่น้อยกว่า พกพาไปไหนง่ายกว่า เรื่อง SD Card ไม่มีปัญหา เพราะผมยังมี SD Card ขนาด 2 GB ที่ไม่ได้ใช้งานอยู่อย่างน้อย 1 ตัว พอกลับบ้าน สิ่งที่น่าทึ่งคือ ช่อง USB ของมันที่นึกว่าจะอ่านได้แค่ ThumbDrive สามารถอ่านข้อมูลจาก External Harddisk ขนาด 160 GB ได้อย่างไม่มีปัญหา อย่างนี้ก็ไม่จำเป็นต้องเสียตังค์ซื้อ Card หรือ ThumbDrive เพิ่มน่ะซีที่จริงมันมีหน่วยความจำในตัวอยู่ด้วยจำนวนหนึ่ง แ่ต่ยังหาในคู่มือไม่เจอว่ามีขนาดเท่าไหร่ และยังไม่ได้ลองเสียบกับคอมพิวเตอร์ ว่าจะถูกมองเหมือนเป็น ThumbDrive/FlashDrive ตัวหนึ่งอย่างเครื่องเล่น MP3/MP4 ทั่วไปหรือเปล่า? (4 ก.พ.52 เช็คดูแล้วครับ รุ่นนี้ไม่มีหน่วยความจำของตัวเองเหมือนเจ้ารุ่นใหญ่ เมื่อต่อคอมพฯ จะเห็นมันเหมือนเป็น Card Reader ตัวหนึ่ง) เรื่องคุณภาพของภาพและเสียงถือว่าพอเหมาะพอสมกับขนาดและราคาของมัน การใช้งานผ่านรีโมทและเมนูที่ใช้งานได้ง่าย สิ่งที่รู้สึกว่าน่าจะมีในเจ้ากรอบรูปตัวนี้ แต่คงจะทำให้มันแพงขึ้นมากด้วย คือน่าจะมีแบตเตอรี่ที่ชาร์จได้ในตัว จอน่าจะเป็นระบบสัมผัส และน่าจะอ่านไฟล์ PDF ได้ 3 ข้อนี้ผมอาจจะฝันมากไปหน่อย เอาที่ใกล้เคียงความจริงหน่อย มันน่าจะแถมหูฟังสเตอริโอมาให้สักชุดอย่างที่เครื่องเล่น DVD พกพามักจะแถมกัน แต่เราก็สามารถหาซื้อเองได้ตั้งแต่หูฟังตามแผงข้างถนนไปจนถึงหูฟังแพงๆ ราคาหลักพัน อีกอย่างคือน่าจะมีกระเป๋าให้ใช้สำหรับพกพาด้วย แต่คิดดูอีกทีก็คงหาซื้อพวกกระเป๋า Netbook มาใช้แทนได้ไม่ยาก ที่คงจะขาดจริงๆ สำหรับคนที่จะเอาไปใช้ในรถส่วนตัวคืออะแดปเตอร์สำหรับเสียบกับไฟรถยนต์ จึงหมดสิทธิใช้งานมันขณะกำลังเดินทาง ไม่ว่าจะโดยรถส่วนตัวหรือรถโดยสารทั่วไป เป็นความบันเทิงแบบกระทัดรัดที่มีทั้งข้อดีและข้อจำกัดดังที่ว่า จะเหมาะกับคุณหรือไม่ก็แล้วแต่ครับ
อ่านความคิดเห็น (Comments) (1) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Sun-25-Jan-2009 - คลีโอพัตรา เวอร์ชั่นปี 1963 - หนังที่เกือบทำให้ 20th Century Fox เจ๊ง
วันนี้ได้นำบทความเรื่อง "คลีโอพัตรา ตอนที่สอง เวอร์ชั่นปี 1963" โดยคุณ Leo53 มาขึ้นสู่เว็บ IseeHistory.com ที่ http://www.iseehistory.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538722473&Ntype=13 ก็ขอใช้ Blog แห่งนี้บอกกล่าวประชาสัมพันธ์ และขอนำเกร็ดเบื้องหลังการสร้างภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวมาเป็นตัวอย่างบทความเรียกน้ำย่อยกันดังนี้ครับ เนื้อหาภาพยนตร์เรื่องนี้ตามที่ผู้กำกับ Joseph L Mankiewicz ต้องการนำออกฉายนั้นจะต้องแบ่งออกเป็น 2 ภาค ภาคแรกคือ คลีโอพัตรากับจูเลียส ซีซ่าร์ และภาคสอง คลีโอพัตรากับมาร์ค แอนโทนี่ ความยาวภาคละประมาณ 3 ชั่วโมง เพื่อให้สอดคล้องกับบทประพันธ์ที่มีชื่อเสียงยิ่งสองบทคือ Caesar and Cleopatra , โดย George Bernard Shaw และ "Antony and Cleopatra" , โดย William Shakespeare อย่างไรก็ตามประธานกรรมการบริษัท 20th Century Fox คนใหม่ในขณะนั้น (เนื่องจากปัญหามากมายโดยเฉพาะเรื่องความล่าช้าในการถ่ายทำอันเนื่องมาจาก ปัญหาและอุปสรรคต่างๆในระหว่างการถ่ายทำ ทำให้การใช้เงินลงทุนไร้ประสิทธิภาพ และงบประมาณที่ถมเท่าไรก็ไม่เคยพอ จนกระทั่งบริษัทฯกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะล้มละลาย ทำให้ประธานกรรมการฯคนก่อนหน้า ที่เป็นผู้ริเริ่มความคิดให้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องถูกปลดออกจากตำแหน่ง ไป) เห็นว่าแนวคิดดังกล่าวที่จะแบ่งฉายออกเป็นสองตอนจะทำให้การตอบรับของประชาชน ไม่ดีเท่าที่ควร เขาต้องการย่อภาพยนตร์ให้เหลือเพียงหนึ่งตอน ความเห็นขัดกันดังกล่าวนำไปสู่การปลด Mankiewizc ออกจากการเป็นผู้กำกับ แต่หลังจากนั้น บริษัทฯก็ไม่สามารถดำเนินการถ่ายทำในขั้นสุดท้าย และตัดต่อภาพยนตร์ให้เดินหน้าต่อไปได้ จำเป็นต้องจ้าง Mankiewizc กลับมาใหม่เพื่อปิดงานให้สำเร็จ Mankiewizc กล่าวว่าเหตุผลสำคัญที่เขาจำเป็นต้องกลับมาทำก็เพราะ หากเขาไม่กลับมา ก็จะต้องมีคนที่ไม่รู้จักหนังเรื่องนี้มาก่อนเข้ามาทำและจะทำให้ผลงานที่ได้ ออกมาในที่สุดเลวร้ายยิ่งขึ้นไปกว่าที่คาดอีก เมื่องานถ่ายทำเสร็จทั้งหมดแล้ว Mankiewizc จึงทำการตัดต่อภาพยนตร์ให้สั้นลงเหลือประมาณ 4 ชั่วโมงกว่า เขากล่าวว่าการตัดเนื้อหาออกไปดังกล่าวทำให้ “คลีโอพัตรา” ไม่มีวันที่จะได้เป็นภาพยนตร์ที่ดีที่สุดได้เลย แต่ยังอาจเป็นภาพยนตร์ที่ดีเรื่องหนึ่งได้ อย่างไรก็ตามความยาว 4 ชั่วโมงกว่าก็ยังมากเกินไป เพราะทำให้ไม่สามารถเปิดฉายสองรอบได้ในช่วงเวลาเย็นซึ่งเป็นช่วงเวลาทำเงิน ทำให้ประธานกรรมการฯสั่งตัดเนื้อหาลงอีก (โดยไม่ได้หารือกับ Mankiewizc เลย) จนกระทั่งเหลือเพียง 3 ชั่วโมง 14 นาทีเท่านั้น ตัวอย่างของการขาดความต่อเนื่องและทำให้เกิดความสับสนแก่ผู้ชมเช่น ในตอนใกล้จบที่ทหารในกองทัพของมาร์ค แอนโทนี่พากันหนีทัพไปหมดนั้น เมื่อแอนโทนี่ออกมานอกกระโจมพัก ก็พบรูฟิโอนายทหารคนสนิทของเขานอนคว่ำหน้ามีดาบของตัวเองแทงเข้าไปในท้องตัว เองอยู่ ฉากนี้ทำให้ผู้ชมสับสนว่ารูฟิโอถูกผู้อื่นฆ่าตายหรือว่าเขาฆ่าตัวตายเอง ทั้งนี้เนื่องจากว่าเนื้อหาตอนที่รูฟิโอฆ่าตัวตายนั้นได้ถูกตัดออกไปด้วย! เมื่อนำออกฉายทางโรงภาพยนตร์ ความสมบูรณ์ต่อเนื่องของเนื้อหาในภาพยนตร์จึงได้ถูกทำให้เสียหายไปเป็นอัน มากแล้ว บทบาทการแสดงที่ดีเด่นของดารานักแสดงที่ยอดเยี่ยมหลายคนจำนวนมากถูกตัดออกไป อย่างน่าเสียดาย แม้กระนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ยังได้รับการเสนอชื่อเพื่อรับรางวัลออสการ์ ถึง 9 รางวัล ได้รับกลับมา 4 รางวัลคือ . Best Art Direction-Set Decoration, Color, Best Cinematography, Color, Best Costume Design, Color, และ Best Effects, Special Visual Effects ปัจจุบัน 24th Century Fox กำลังพยายามค้นหาจากทุกๆแหล่งที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทำภาพยนตร์เวอร์ชั่น นี้เพื่อนำต้นฉบับความยาว 6 ชั่วโมงกลับคืนมานำเสนอแก่สาธารณะซน ซึ่งได้ทราบว่าการดำเนินการมีความก้าวหน้าไปบ้างในระดับหนึ่งแล้ว และถ้าโชคดีเราอาจได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ในเนื้อหาที่สมบูรณ์ตามที่ผู้กำกับ ได้มีเจตนาไว้ตั้งแต่แรกแล้วก็ได้ ในขณะที่ 20th Century Fox กำลังดำเนินการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้นั้น อยู่ในช่วงปี 1961 ซึ่งอุตสาหกรรมภาพยนตร์กำลังอยู่ในสถานะที่ลำบากมากเนื่องจากสาเหตุสำคัญสอง เหตุการณ์คือ หนึ่งมีการออกกฎหมายไม่ให้โรงถ่ายภาพยนตร์เป็นเจ้าของเครือข่ายโรงภาพยนตร์ ในประเทศ และสองมีสถานีเครือข่ายโทรทัศน์เกิดขึ้นซึ่งดึงลูกค้าไปเป็นจำนวนมากถึง ประมาณ 40% จากอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ในบรรดาโรงถ่ายภาพยนตร์ต่างๆนั้น 20th Century Fox เป็นบริษัทที่เปราะบางต่อการล้มละลายมากที่สุด บริษัทฯจึงได้คิดสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ขึ้นด้วยความหวังว่า เพียงภาพยนตร์เรื่องนี้เรื่องเดียวจะสามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินและการขาดทุน ได้อย่างเบ็ดเสร็จ แต่การณ์กลับกลายเป็นภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ของบริษัทฯจน หมดสิ้นใกล้จะล้มละลาย ยอดเงินลงทุนทั้งหมดในภาพยนตร์เรื่องนี้สูงถึงประมาณ 44 ล้านเหรียญสหรัฐ (ถ้านำอัตราเงินเฟ้อเข้าไปคำนวณจะเป็นมูลค่าปัจจุบันประมาณ 700 – 800 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 25,000 ล้านบาท) แต่ก็ยังดี ที่คนทั้งโลกพากันมาอุดหนุนชมภาพยนตร์เรื่องนี้กันอย่างเนื่องแน่นเป็น ประวัติการณ์ สามารถทำรายได้ในการฉายรอบแรกทั่วโลกถึง (First Release) 24 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ก็ยังคงต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะคืนทุน ดังนั้นอีกหลายปีต่อมางบการเงินของบริษัทฯจึงยังคงแสดงผลขาดทุนอยู่ต่อไป จนกระทั่งได้ภาพยนตร์เรื่อง The Sound of Music ที่สามารถทำรายได้จำนวนมากเข้ามาล้างหนี้สินทั้งหมดของบริษัท และสามารถแสดงตัวเลขผลประกอบการกำไรอีกครั้งหนึ่ง
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Fri-23-Jan-2009 - เอา Channel ของ Youtube มาฝังในเว็บหรือบล็อกของเรา
วันนี้พึ่งจะสังเกตว่า Youtube มีลูกเล่นใหม่อีกแล้ว อาจจะมีมาตั้งนานแล้วแต่ผมพึ่งเห็นหรือไงก็ไม่ทราบ ทาง Youtube น่าจะประกาศให้ผู้ใช้ทราบสักหน่อยนะ ลูกเล่นดังกล่าวที่ว่าคือ จากเดิมที่มี Code ให้เราเอาวีดีโอต่างๆ ไป "ฝัง" (Embed) ไว้ในเว็บหรือบล็อกของเราได้แล้ว ตอนนี้ยังสามารถ "ฝัง" Channel หรือใดๆ ก็ตามไว้ในเว็บ/บล็อกของเราได้ด้วย ดังเช่น Channel ของผม (http://www.youtube.com/rojnchin ) ก็ให้ Copy Code จากตรงช่องใต้ข้อความว่า "Embed This Channel" ครับ เมื่อนำมาฝังไว้ก็จะมีรูปร่างหน้าตาดังนี้ ตอนทดลองครั้งแรก ปรากฏว่าระบบของ Blogth มีปัญหานิดหน่อย ทีแรกนึกว่าไม่ยอมรับ Code การฝัง Channel ลองไปลองมา กลายเป็นว่า ระบบเขาไม่ยอมรับชื่อบทความที่มีเครื่องหมาย "/" (Slash) ครับ กว่าจะรู้เล่นเอาหัวเสียนิดหน่อย สุดท้ายหวังว่าแม้จะมีบางท่านรู้ก่อนผม ก็น่าจะมีอีกหลายท่านมาเรียนรู้จากที่นี่แล้วนำไปใช้ประโยชน์ได้นะครับ
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Sun-18-Jan-2009 - ศาลพระตรีมูรติ Central World
เมื่อวานนำภาพศาลพระพิฆเณศที่ Central World มาให้ชมกันแล้ว คราวนี้ขอต่อด้วยอีกศาลหนึ่งในบริเวณเดียวกันเลยนะครับ คือ ศาลพระตรีมูรติ ครับ ที่หน้าศาลมีป้ายอธิบายความหมายของพระตรีมูรติ พอสรุปใจความได้ว่า พระตรีมูรติ (พระทัตตาเตรยะ) มีความหมายว่า "รูปสาม" อันหมายถึง การรวมมหาเทพทั้ง 3 ของศาสนาพราหมณ์/ฮินดู เข้าด้วยกัน (ภาษาสมัยนี้จะเรียกว่า 3-in-1 ได้มั๊ยเนี่ย?) ได้แก่ พระพรหม ซึ่งเป็นพระผู้สร้างสรรพสิ่ง และประทานพรอันเป็นมงคล พระศิวะ เทพผู้ทำลายล้างความอัปมงคล และเสนียดจัญไร และพระวิษณุ(พระนารายณ์) พระผู้ปราบศัตรูหมู่มาร อุปสรรคทั้งปวงให้หมดไป รายละเอียดทางด้านความเชื่อมากกว่านี้ขอไม่พูดถึง เพราะเจตนาของคอลัมน์นี้เพียงแค่การตั้งโจทย์อันหนึ่งของการถ่ายภาพเท่านั้นครับ
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Sat-17-Jan-2009 - พระพิฆเณศ Central World
ไม่ได้อัพเดทมานาน โดยเฉพาะคอลัมน์ศาลพระภูมิสิ่งศักดิ์สิทธิ์ วันนี้ขออัญเชิญภาพพระพิฆเณศที่ Central World มาให้ชมกันบ้าง นอกจากตั้งศาลแล้วยังมีข้อมูลประกอบด้วย จึงไม่ขออธิบายอะไรให้ยืดยาวครับ
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น
Wed-14-Jan-2009 - อัพเดทซะหน่อย : บทความใหม่ที่ IseeHistory.com
โรคไม่อัพเดทข้อมูล Blog ยังไม่หายสนิท โดยเฉพาะหลังปีใหม่มายังไม่ได้มีบทความใหม่ที่นี่เลย แต่ดูสถิติการเข้าชม Blog กลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความเกรงใจผู้ชมว่ามาแล้วจะไม่เจออะไรใหม่ๆ เลยต้องขออัพเดทซะหน่อย แต่ก็ไม่แคล้วการโปรโมทเว็บภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ (www.iseehistory.com) อีกสักครั้งนึงก่อนนะครับ วันหลังค่อยอัพเดทคอลัมน์อื่นบ้าง บทความแรกที่พึ่งขึ้นไปที่เว็บดังกล่าวนี่ที่จริงก็เจอโรคเลื่อนมาตั้งแต่ธันวาคม ปีที่แล้ว คือแนะนำภาพยนตร์เรื่อง The Last Emperor ซึ่งเกี่ยวกับ "ปูยี" จักรพรรดิองค์สุดท้ายของราชวงศ์แมนจูก่อนจีนเปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐ แล้วได้ไปเป็นจักรพรรดิแห่งประเทศแมนจูกัว รัฐหุ่นเชิดของรัฐบาลญี่ปุ่นในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม ท่านถูกประณามว่าเป็นอาชญากรสงคราม ทรยศขายชาติจากการไปร่วมมือกับญี่ปุ่นดังกล่าว แต่สุดท้ายก็ได้รับการอภัยโทษ เบื้องหลังชีวิตของ "ปูยี" นี้มีอะไรที่น่าเห็นใจอยู่ไม่น้อย จากการที่ท่านต้องเป็นเสมือน "หุ่นเชิด" เกือบตลอดชีวิต ติดตามอ่านรายละเอียดได้ที่ http://www.iseehistory.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538710995&Ntype=2 ครับ อีกเรื่องหนึ่ง ได้รับมาจากสมาชิกเว็บนามปากกา "นายพลไอเซนฮาวน์" เกี่ยวกับชีวิตนักบินญี่ปุ่นผู้ขับเครื่องบิน Zero ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ตอนต้นสงคราม เจ้า Zero นี้ช่างเป็นเครื่องบินที่น่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง แต่พอปลายสงคราม ความสามารถทางอุตสาหกรรมของอเมริกันทำให้สามารถผลิตเครื่องบินรบได้เหนือกว่าญี่ปุ่นทั้งปริมาณและคุณภาพ ทำให้ฝูงบิน Zero ล้าสมัย จนนำไปสู่จุดจบของญี่ปุ่นในสงคราม ติดตามอ่านได้ที่ http://www.iseehistory.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538711001&Ntype=2 ครับ
อ่านความคิดเห็น (Comments) (0) :: Permanent Link
เนื่องจากมีการส่ง Spam เข้ามาใน Comment จึงขอสงวนสิทธิให้ Comment ได้เฉพาะสมาชิกของ blogth.com เท่านั้น